ทำความรู้จักเมืองกลางทะเลทรายสีแดง ‘อลิซสปริง’

-อลิซสปริง (Alice Springs)-

เมืองกลางทะเลทรายสีแดงจ้าของออสเตรเลีย เป็นเสมือนโอเอซิส ที่ผุดขึ้นกลางทะเลทราย และเป็นเมืองท่องเที่ยวสําคัญที่นักท่องเที่ยวมุ่งหน้า มาเพื่อสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของก้อนหินมหัศจรรย์แอเยอร์สร็อค ก้อนหินที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก เวลากลางวันอากาศที่อลิซสปริงจะร้อนจัดในขณะที่กลางคืนจะหนาวเย็น

ชาวออสซี่เรียกอลิชสปริงสั้นๆว่า “The Alice” เมืองในทะเลทรายนี้ ตั้งอยู่ติดเทือกเขาแม็คดอนเนลล์เรนจ์ เป็นเมืองเล็กๆ นี้มีกําเนิดมาจากสถานีโทรเลขที่เป็นสถานีทําการวางสายโทรเลขจากอะเดเลดไปยังดาร์วิน และทางการพยายามหาทางเดินสายโทรเลขข้ามเทือกเขาแม็คดอนเนลล์ ต่อมามีนักสํารวจคนหนึ่งในคณะผู้สํารวจที่เซอร์ชาร์ลส์ ทอดด์ (Sir Charles Toda) เป็นหัวหน้า รายงานว่าที่บริเวณเมืองเล็กๆ ตรงสถานีโทรเลขนั้นพื้นดินเป็นโพรงและใต้ดินเต็มไปด้วยทางน้ำใต้ดิน กับทั้งยังมีน้ำพุขึ้นมาหลายแห่ง ดูแล้วเห็นว่าสามารถจะสอดสายโทรเลขให้ทะลลอดไปเชื่อมต่อกับสายโทรเลขใต้ทะเลไปยังยุโรปได้ เมืองนี้ยังไม่มีชื่อ นักสํารวจจึงเอาชื่อ Mrs. All ของหัวหน้าคณะมาตั้งชื่อเมืองนี้ว่า อลิชสปริง (Alice Springs) ในที่สุด สายโทรเลขก็สําเร็จเรียบร้อยดี ออสเตรเลียสามารถติดต่อทางโทรเลขกับยุโรปได้ ชุมชนรอบสถานีโทรเลขแห่งนี้ก็เติบโตจนกลายเป็นเมืองขึ้นมา ตอนเเรกทางการจะตั้งชื่อเมืองนี้ว่า Stuart ตามชื่อของนักสํารวจ (John M-Doual Stuart) แต่แพ้มติชาวเมืองที่ต้องการเรียกชื่อเมืองดังเดิม ในปีค.ศ. 1933 เมืองนี้จึงได้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Alice Spring

เว็บไซต์ของอลิซสปริง www.alicesprings.nt.gov.au และ www.alicesprings.net.au

การเดินทางสู่อลิซสปริง

  • เครื่องบิน

เป็นวิธีเดินทางที่สะดวกที่สุด จากทุกเมืองของออสเตรเลีย สนามบินอลิซปริงอยู่ห่างจากเมืองไปราว 14 กิโลเมตร มีรถมินิบัสของสนามบินวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสาร ค่าโดยสารคนละ 9.90 เหรียญ หากนั่งแท็กซี่จะเสียค่าโดยสาร ราว 25 เหรียญ (Alice Springs Taxis โทร. (08) 8952-1877)

  • รถบัสทางไกล

จากดาร์วิน-อลิซสปริง จะใช้เวลาเดินทางราว 20 ชั่วโมง และจาก อะเดเลด-อลิชสปริง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 22 ชั่วโมง

  • ทางรถไฟ

รถไฟสาย The Ghan วิ่งระหว่างอะเดเลด-อลิซสปริง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการเดินทาง โดยรถไฟจะออกจากอะเดเลดในวันพฤหัสบดี

และมาถึงอลิซสปริงในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น เวลา 11.55 น. เป็นต้น ตารางเวลาเดินรถและค่าโดยสารตรวจสอบจากเว็บไซต์ www.gsr.com.au

การเดินทางในอลิซสปริง

เนื่องจากอลิซสปริงเป็นเมืองเล็ก ๆ ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยม ไม่ต้อง หลง จึงสามารถไปไหนมาไหนได้สะดวกด้วยการเดิน ส่วนการไปเที่ยว อกเมืองโดยเฉพาะที่แอเยอร์สร็อค ควรใช้พาหนะสาธารณะหรือไปกับทัวร์

  • รถเมล์

Alice Springs Bus (ASBUS) เป็นรถเมล์สายในเมืองอลิซสปริง แบ่งสายวิ่งเป็นทิศและโชน โดยราคาก็คิดนั้นๆ ทุกสายจะออกจาก Yepereny Shopping Centre รถมีวิ่งเฉพาะ วันจันทร์-ศุกร์ และวันเสาร์เช้า ตรวจสอบได้จากเว็บไซต์
www. nt.gov.au/community/asbus.asp

สําหรับนักท่องเที่ยวจะมีรถ The Alice Wanderer วิ่งรอบเมือง เพื่อจอดแวะตามสถานที่ท่องเที่ยวสําคัญๆ ในช่วงระหว่าง 9.00-17.00 น. โปรแกรมชมเมือง ราคา 30 เหรียญ ค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ www.alicewanderer.com.au

สถานที่ท่องเที่ยวในอลิซสปริง

  • แอนแซคฮิลล์ (Anzac Hil)

เป็นเนินเขาในอลิซสปริง ตั้งอยู่บนถนนทอดด์ อาคารนี้เดิมเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในอลิซสปริง

  • พิพิธภัณฑ์จอห์น ฟลินน์ เมมเรียล (John Flynn Memorial)

จอห์น ฟลินน์ เป็นผู้ให้กําเนิด “Royal Flying Doctor” หรือ แพทย์ทางอากาศขึ้นในออสเตรเลีย เขาเป็นมิชชันนารีผู้พบเห็นความยากแค้นลําเค็ญของคนออสเตรเลียที่อาศัยอยู่ในเขตเอาต์แบ็กที่ห่างไกลความเจริญ เมื่อเกิดเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุก็ไม่มีแพทย์รักษา หรือนําคนไข้ไปส่งแพทย์ได้อย่างยากลําบาก บางทีกว่าคนไข้จะถึงมือหมอก็ช้าเกินไป Flying Doctor คือการบริการทางการแพทย์โดยใช้เครื่องบินนําแพทย์มาหาคนไข้ หรือนําคนไข้ไปส่งแพทย์ ด้วยการใช้วิทยเป็นเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญ แม้ความคิดนี้จะเริ่มมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1920 แต่กว่าจะทําได้จริง ก็ใช้เวลาเกือบ 10 ปี และได้ตั้งเป็นองค์กรอย่างเป็นทางการในปีค.ศ. 1933

ปัจจุบันรอยัลฟลายอิ้งด็อกเตอร์มีสํานักงานและฐานบิน 14 แห่ง มีเครื่องบิน 33 ลำ ให้บริการผู้คนที่อยู่ในเขตห่างไกลตัวเมือง ซึ่งมีอาณาเขต ครอบคลุมถึง 2 ใน 3 ของประเทศ ให้ความช่วยเหลือทั้งในด้านการรักษาแบบฉุกเฉิน เร่งด่วน และการเยี่ยมเยือนคนไข้ หรือให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพประชาชนรวมทั้งให้คําแนะนํากับให้คําปรึกษาเรื่องการรักษาโรคทางวิทยุสื่อสาร เป็นต้นแบบของแพทย์ทางไกลในปัจจุบัน

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเรื่องนี้ไปเยี่ยมชมได้ที่ หน่วยให้บริการแพทย์ ทางไกล (Royal Flying Doctor Service) อยู่ที่ Stuart Terrace ซึ่งจะมี วิดีโอฉายพร้อมสาธิตการส่งและรับวิทยุติดต่อกับแพทย์

เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 9.00-16.00 น. และวันอาทิตย์ 13.00-16.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 6 เหรียญ เว็บไซต์ www.rfds.org.au

  • โรงเรียนทางอากาศ (School of the Air)

เป็นโรงเรียนที่สอนเด็กซึ่งอยู่ในดินแดนหลังเขาห่างไกลความเจริญ ด้วยวิทยุสื่อสาร ผู้ที่เข้าชมจะได้เห็นวิธีการสอนทางไกลและได้ยินเสียงเด็กๆ โต้ตอบกับครูทางวิทยุ และชมวิดีโอประวัติความเป็นมาของโรงเรียนลักษณะนี้

เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-16.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 13.30-16.30 น. ค่าเข้าชมคนละ 3.5 เหรียญ เว็บไซต์ www.assoa.nt.edu.au

  • พิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ของนอร์เทิร์นเทอริทอรี (Museum And Art Gallery Of The Northern Territory)

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงงานศิลปะต่างๆมากมาย รวมทั้งงานจากเอเชียนิคและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่โดดเด่นก็คืองานศิลปะของชาว อะบอริจินิส ตั้งอยู่ที่บูลล็อกกี้พอยต์ (Bulocky Point) บริเวณท่าเรือดาร์วิน ภายในมีช็อปและมุมกาแฟชื่อ The Cornucopia

เปิดให้เข้าชมฟรี วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-17.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 10.00-17.00 น. เว็บไซต์ www.magnt.nt.gov.au

  • ศูนย์การวิจัยสเตรห์โลว์ (Strehlow Research Centre)

แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีของอะบอริจินได้อย่าง น่าสนใจยิ่ง

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 10.00-17.00 น. สอบถามได้ที่โทร. (08) 8951-1111 เว็บไซต์ www.dcdsca.nt.gov.au

  • ศูนย์ศิลปะอะราลเอน (Araluen Centre for Arts & Entertainment)

อยู่ที่ถนน Larapinta Drive ประกอบด้วยโรงละครและหอศิลป์ เปิดทุกวัน เวลา 10.00-17.00 น.

  • หมู่บ้านดิอารามา (Diarama Village)

อยู่ที่ถนน Larapinta Drive เป็นที่รวมคอลเลกชั่นงานภาพเขียน อะบอริจินแบบสามมิติ ในถ้ำมีอะบอริจินัลดรีมไทม์ กล่าวถึงความเชื่อและตํานาน เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-17.00 น.

  • สถานีโทรเลขโบราณ (Alice Springs Telegraph Station Historical Reserve)

เป็นสถานีโทรเลขเก่าแก่ตั้งแต่ยุคตั้งถิ่นฐาน เปิดให้เข้าชม เวลา 8.00-17.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 6.50 เหรียญ

  • สมาคมอนุรักษ์รถไฟกานั้น (Ghan Preservation Society)

อยู่ห่างจากตัวเมืองราว 10 กิโลเมตร เกิดจากความร่วมมือของ คนรักรถไฟเพื่ออนุรักษ์รถไฟเก่า (The Ghan) ซึ่งเป็นรถไฟสายประวัติศาสตร์ วิ่งระหว่างอะเดเลดกับดาร์วิน ผ่านอลิซสปริง จากความคิดเริ่มแรกในปีค.ศ. 1877 ที่ต้องใช้เวลาถึง 50 ปี จึงมีการทําทางรถไฟจากอะเดเลดมาอลิซสปริง ได้สําเร็จ ผู้มาเยือนจะได้ชมการบรณะรถไฟเก่า และนั่งรถไฟโบราณเป็นระยะ ทางสั้น ๆ ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 9.00-17.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 6 เหรียญ ค่านั่งรถไฟคนละ 15 เหรียญ

  • ฟาร์มอูฐ (Frontier Camel Farm)

อูฐถูกนำเข้ามายังออสเตรเลียเพื่อเป็นพาหนะเดินทางในเอ้าต์แบ็กร้อนและแห้งในยุคตื่นทอง ปัจจุบันนี้จึงมีอูฐอยู่มากมายในออสเตรเลีย ฟาร์มอูฐได้นำอูฐมาใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยการให้บริการขี่อูฐระยะสั้นๆ หรือขี่อูฐทัวร์เอาต์แบ็ก 3 วันก็ได้ ในฟาร์มมีพิพิธภัณฑ์เรื่อง ราวเกี่ยวกับอูฐให้ชมด้วย

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 10.00-12.00 น. ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ รวมการขี่อูฐคนละ 10 เหรียญ เว็บไซต์ www.cameltours.com.au

นอกจากนี้ควรไปชม Arid Australian Reptiles Display ซึ่งนําสัตว์ เลื้อยคลานของทะเลทรายนานาชนิดมาจัดแสดงด้วย

  • เดอะไวเนอรี (The Winery-Alice Springs)

เป็นถิ่นที่ปลูกองุ่นทําไวน์แห่งแรก และแห่งเดียวใจกลางประเทศออสเตรเลีย อยู่ห่างจากตัวเมืองราว 10 กิโลเมตร มีไวน์ให้ชิมฟรี รวมทั้งมี ภัตตาคารอาหาร ในยามค่ําคืนของเดือนตุลาคมจะมีโชว์อาทิตย์ละ 3 คืน ผู้ที่สนใจสามารถไปชมได้ตั้งแต่ 9.00 น. ทุกวัน

  • ศูนย์วัฒนธรรมอะบอริจินิสพิทชีริชชี (Pitchi Richi Aboriginal Cultural Experience)

ศูนย์วัฒนธรรมพิทชีริทชีนี้เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง แสดงเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในยุคบุกเบิก รวมทั้งเรื่องราวของชาวอะบอริจินิส นักท่องเที่ยวจะได้ชมชาวอะบอริจินิสเล่นดนตรี เต้นรํา และขว้างบูมเมอแรง เปิดทุกวัน เวลา 9.00-14.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 15 เหรียญ