แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจใน ‘ออสเตรเลียตะวันตก’

-สถานที่ที่น่าสนใจอื่นๆในออสเตรเลียตะวันตก-

รัฐออสเตรเลียตะวันตกเป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่มาก สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจบางแห่งอยู่ไกลออกไปจากเพิร์ธมาก จนไม่สามารถจะไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ จึงขอแนะนําสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ โดยแยกออกมาเป็นเมืองๆ เฉพาะเมืองที่น่าจะไปเที่ยวชม ซึ่งหากสนใจจะไปอาจต้องใช้การเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ หรือถ้ามีเวลามากพอก็อาจจะ ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆได้

  • เมืองคาลกร์ลี (Kalgoorlie)

เป็นเมืองที่เจริญมากในยุคตื่นทองของรัฐออสเตรเลียตะวันตก อยู่ ห่างจากเพิร์ธ 595 กิโลเมตร เมื่อมีการพบทองคําในรัฐนี้มีผู้คนหลั่งไหลเข้า มาสร้างเมือง ทําให้เมืองเจริญรุ่งเรืองมาจนทุกวันนี้ ปัจจุบันคาลกูร์ลียังคง เป็นเมืองที่ผลิตทองได้มากที่สุดในออสเตรเลีย แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ได้ มุ่งหน้าไปคาลกร์ลีเพราะทองคํา แต่ต้องการไปชมทุ่งดอกไม้ป่าไกลสุดสายตา ที่แสนจะสวยงามในเดือนสิงหาคมและกันยายนต่างหาก คาลกร์ลีมีความ พิเศษกว่าเมืองอื่นตรงที่ เป็นเมืองเดียวในออสเตรเลียที่การค้าประเวณีเป็น เรื่องถูกกฎหมาย และ “ผับ” เปิดได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

ร้านอาหารไทยชื่อ Top End Thai Restaurant อยู่ที่ ถนน Hannan St., Kalgoorlie Tel: (08) 9227-6122 เป็นร้านที่มีชื่อเสียงมาก เว็บไซต์ของ ร้านนี้คือ www.thai.net.au

สิ่งที่น่าไปชมนอกจากทุ่งดอกไม้ในเมืองคาลกร์ลีได้แก่

– เหมืองทอง จุดที่พบทองมากที่สุดในเมือง คือบริเวณที่เรียกว่า โกลเด้นไมล์ (Golden Mile) ในพื้นที่ 1 ตารางไมล์ โดยมีรถเมล์ “Battler” วิ่งบริการนักท่องเที่ยวชมรอบโกลเด้นไมล์ ใช้เวลา 1 ชั่วโมงต่อรอบ

เหมืองทองที่นักท่องเที่ยวจะลงไปชมได้คือ The Mining Hall of Fame ซึ่งเป็นศูนย์จัดแสดงประวัติความเป็นมาของเหมืองทอง โดยภายใน จะมีทั้งพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ มากมาย แกลเลอรี่ ศูนย์วิทยาศาสตร์ สวนแบบจีน และเหมืองทองซึ่งยังคงมีการขุดค้นอยู่โดยใช้วิทยาการที่ทันสมัยขึ้น เป็นต้น สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ Hannan’s North Tourist Mine ค่าตั๋วเข้าซึ่งรวมทั้ง การชมกรรมวิธีการหลอมทองด้วย 20 เหรียญ โดยเปิดให้ชมทุกวัน เวลา 9.00-16.30 น. นอกจากนี้ยังมีทัวร์ให้เลือกอีกหลายแบบ ตารางและราคาทัวร์ ค้นหารายละเอียดได้จากเว็บไซต์ www.mininghall.com

พิพิธภัณฑ์โกลด์ฟิลด์ (Western Australian Museum of KalgoorlieBoulder) แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเหมืองทองและการขุดทอง

เฮย์สตรีท (Hay Street) เป็นย่านไฟแดงในยุคตื่นทอง เป็นอาคาร เก่าแก่ที่ตกแต่งเพื่อทําธุรกิจให้บริการทางเพศ อันเป็นธุรกิจที่ได้ชื่อว่าเป็น อาชีพที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา 10.00-16.30 น.

เว็บไซต์ของเมืองคาลกูร์ลีคือ www.kalgoorlie.com และ www. kalgoorlieandwagoldfields.com.au

  • เมืองบันบูรี (Bunbury)

อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐซึ่งเป็นบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ เป็น เมืองที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเพิร์ธ เมืองนี้เป็นเมืองท่า ที่มีการทํา อุตสาหกรรมกับเป็นเมืองทันสมัยที่สุดในเขตแดนตะวันตกเฉียงใต้ของทวีป ออสเตรเลีย หาดทรายที่ขาวสะอาดทําให้เมืองนี้เป็นที่พักตากอากาศริมทะเล ด้วย จุดสนใจของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองนี้คือ การได้มาสัมผัสกับโลมา ในธรรมชาติของมันที่ Koombana Bay โดยโลมาจะว่ายน้ําเข้ามาใกล้ชายหาด เพื่อรับอาหารจากมือคนและเล่นกับคนที่ให้อาหารมัน จะมีอาสาสมัครคอยดูแล และแนะนําวิธีปฏิบัติเมื่ออยู่ใกล้โลมา เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อสัตว์โลกที่ น่ารักชนิดนี้

ลงไปทางใต้ของบันบูรีเล็กน้อย เป็นสวนแอปเปิล ซึ่งนักท่องเที่ยว จะสนุกกับการเก็บแอปเปิลจากต้น

  • ยัลลิงอัพ (Yallingup)

เมืองศูนย์กลางของการเล่นเซิร์ฟ มีแนวชายหาดที่สวยงาม ชื่อ ยัลลิงอัพแปลว่า “สถานที่สําหรับคู่รัก” คงเป็นเครื่องบ่งบอกบรรยาย ของเมืองนี้ได้เป็นอย่างดี

  • มาร์กาเร็ตริเวอร์ (Margaret River)

เป็นแหล่งผลิตไวน์ที่สําคัญของรัฐนี้ ในขณะเดียวกัน ก็เป็นที่เล่นเซิร์ฟ ว่ายน้ํา และตกปลา มีที่พักและร้าน ให้เลือกตามใจชอบด้วย

  • เพมเบอร์ตัน (Pemberton)

เป็นเมืองป่าไม้ที่อดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งปลาเทร้าต์และเป็นที่ตั้งอุทยานแห่งชาติที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ๆ อายุนับร้อยปี เช่น ต้น Karry Tree วิธีท่องเที่ยวในเมืองนี้คือนั่งรถ  Pemberton Tramway ชมทิวทัศน์ที่มีป่าไม้เขียวขจีอยู่รอบตัว โดยรถจะออกจากสถานีรถไฟเพมเบอร์ตัน หรือจะร่วมไปกับทัวร์รถขับเคลื่อนสีล้อ ที่ผนวกกับการพายเรือแคนูในแม่น้ำด้วยก็ได้

  • อัลบานี (Albany)

เป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ เป็นจุดตั้งถิ่นฐานที่เก่าแก่ที่สุดทางภาคตะวันตกของประเทศ อัลบานี้เคยเป็น ท่าเรือสําคัญในยุคการล่าวาฬ ปัจจุบันเป็นเมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และชายหาด รวมทั้งทิวทัศน์ของชายฝั่งที่งดงาม จุดที่น่าสนใจไปชมคือ อุทยานแห่งชาติทอร์นเดอร์รัพ (Torndirrup National Park) และอัลบานี เวลเวิลด์ (Albany Whaleworld) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับการล่าวาฬ ซึ่งตั้งอยู่ที่สถานีล่าวาฬเก่า แต่สําหรับผู้ที่สนใจวาฬที่ยังมีชีวิต ก็จะสามารถ ร่วมทัวร์ชมวาฬในเดือนกรกฎาคม-กันยายนได้

 

  • คาลบาร์รี (Kalbarri)

อยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของรัฐ ตั้งอยู่ปากแม่น้ำเมอร์ชินสัน เป็นเมืองพักผ่อนตากอากาศยอดนิยมแห่งหนึ่ง มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจนอกเหนือ ไปจากชายหาด ได้แก่ Rainbow Jungle ซึ่งเป็นสวนนกในบรรยากาศแบบป่าฝน

  • ชาร์กเบย์ (Shark Bay)

เป็นมรดกโลกและอุทยานทางทะเลที่สําคัญ เป็นแหล่งที่มีหญ้าทะเล อุดมสมบูรณ์ทําให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ํามากมาย ที่นี่มีโลมาปากขวด (Bottle-nosed Dolphins) ซึ่งจะเข้ามารับอาหารจากมือคนที่ชายหาดมังกี้ไม (Monkey Mia) ซึ่งมันปฏิบัติเช่นนี้มาเป็นเวลานานกว่า 30 ปีแล้ว ช่วงเวลา ที่จะมีโลมาเข้าฝั่งมากคือในช่วงฤดูหนาว ส่วนจํานวนมากน้อยนั้นไม่แน่นอน

ข้อแนะนําในการลงไปป้อนอาหารโลมาคือ ต้องลงไปยืนรอในน้ําลึก แค่เข่า และปล่อยให้โลมาว่ายเข้ามาหาเอง อย่าไล่จับหรือว่ายน้ําไปหา ต้อง ลบด้านข้างของตัวโลมา อย่าจับที่ครีบ ปาก หรือเอามือไปปิดรูหายใจบนหัวโลมา ไม่ควรให้เด็กสัมผัสกับโลมาโดยลําพัง เพราะโลมาเหล่านี้ไม่ใช่โลมาเลี้ยง หากตกใจหรือถูกทําให้เจ็บ อาจทําอันตรายคนได้ เคยมีกรณีตัวอย่างเกิดขึ้น มาแล้ว

เว็บไซต์ www.sharkbay.asn.au

  • เอ็กซ์มัท (Exmouth)

ตั้งอยู่บนแหลมนอร์ทเวสต์ เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ธรรมชาติที่กําลังได้รับความนิยมในขณะนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ การออกไปชมปลา ฉลามวาฬในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม และการดําน้ําดูปะการังที่แนวปะการัง นิงกาลู (Ningaloo) ซึ่งจะมีโอกาสได้เห็นปลากระเบนมันตา (Munta Ray) หมูน้ํา หรือพะยูน (Dugong) และปลาสีสวย ๆ อีกมากมาย การไปดําน้ําในบริเวณนี้ สามารถทําได้ง่ายและสะดวกปลอดภัย เพราะแหล่งดําน้ําอยู่ห่างจากฝั่งไม่กี่ ร้อยเมตร

ในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม จะมีวาฬอีกชนิดหนึ่งเข้ามายัง ชายฝั่งแถบนี้ได้แก่ วาฬหลังค่อม ซึ่งพวกมันกําลังจะเดินทางอพยพขึ้นเหนือ ไปคลอดลูก และในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนก็จะเป็นอีกช่วงหนึ่งที่จะได้เห็น วาฬเดินทางลงใต้ไปยังทะเลแอนตาร์กติก

สัตว์อนุรักษ์ของที่นี่คือ เต่ากระ ซึ่งเมื่อถึงฤดูวางไข่จะพากันขึ้นมา วางไข่ตามชายหาด

เว็บไซต์ www.exmouth.wa.gov.au

  • เมืองบรูม (Broome)

อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐ ห่างจากเพิร์ธประมาณ 2,000 กิโลเมตร เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เจริญทันสมัย แม้จะอยู่ห่างไกลจากเมืองอื่น ๆ มาก การเดินทางไปเมืองบรูมวิธีที่สะดวกที่สุดคือโดยสารเครื่องบินในประเทศ

ชื่อเสียงของเมืองบรมมาจากการดําหอยมกนอกชายฝั่ง ชงกา มาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 โดยนักดําหอยมุกจะเป็นชาวฟิลิป จีน และญี่ปุ่น ยังคงมีร่องรอยของนักดําหอยมุกเหล่านั้นอยู่ในปัจจุบัน – ชื่อถนนหนทางในบรูมจะบอกไว้ถึง 5 ภาษา อนุสรณ์ของนักงมหอยขาด คือชาวจีนมีย่านไชน่าทาวน์ซึ่งเป็นบริเวณเมืองเก่า และชาวญี่ปุ่น ในเมืองบรูมด้วย

เว็บไซต์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเมืองบรูม www.broomevisitorcentre

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet