แนะนำของฝากเมืองนครราชสีมา มาทั้งทีต้องมีของฝาก

สํารับกับข้าวของชาวนครฯ

ด้วยสภาพธรรมชาติที่มีทั้งทะเลและเขาหลวงอันอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหาร ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลาจากทะเล และพืชผักผลไม้จาก ป่าเขา เช่น สะตอ ลูกเนียง หลาวโอน ยอดมะม่วงหิมพานต์ หยวก กล้วย ผักกูด ยอดมันปู ยอดมะกอก ฯลฯ ซึ่งชาวเมืองนครฯ นํามาปรุงเป็นอาหารที่หลากหลาย

อาหารส่วนใหญ่จะออกรสจัดตามแบบของภาคใต้ เช่น แกง เหลือง แกงไตปลา ต้มส้ม รวมทั้งแกงคั่ว แกงกะทิ ปลาทอดขมิ้น เป็นต้น

อาหารที่ขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของเมืองนครฯ ก็คือขนมจีน ชาวนครฯนิยมรับประทานขนมจีนกันมาก ในตัวเมืองมีร้านขายขนมจีนอยู่หลายร้าน รสชาติถึงใจ ทั้งน้ำยาป่า น้ำยากะทิ น้ำพริก แกงไตปลา และแกงเขียวหวานไก่

ส่วนขนมหวานที่โดดเด่นคือขนมลา ซึ่งเป็นขนมในเทศกาล สารทเดือนสิบ นอกจากนี้ก็มีขนมดีซํา ขนมพอง ขนมบ้า และ ขนมกงหรือขนมไข่ปลา ขนมเหล่านี้หากินได้ไม่ยากในตัวเมืองนครฯ และสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่คือ มังคุดคัด ซึ่งนํามังคุดแก่ จัดแกะเปลือก เสียบไม้ ใส่ถาดขายเฉพาะที่นครศรีธรรมราชเท่านั้น

สํารับกับข้าวของชาวนครฯ ที่จะแนะนําให้ชิมมีดังนี้

  • แกงพุงปลา เป็นแกงเผ็ดที่มีน้ำมากกว่าเนื้อ รสค่อนไปทางเค็ม สีคล้ำอมเหลือง ส่วนประกอบสําคัญคือไตปลาหรือพุง ปลา โดยนําไตปลาที่หมักแล้ว ผสมน้ำเคี่ยวไฟอ่อนๆ ใส่ตะไคร้ทุบ ข่าทุบ ใบมะกรูดฉีก เคี่ยวพอข้นเล็กน้อยแล้วกรองกากทิ้ง โขลกเครื่องพริกแกงเผ็ดให้ละเอียดลงในหม้อ พอน้ำเดือดใส่ปลาและผักต่างๆ เช่น หน่อไม้ มันเทศ ถั่วฝักยาว โรยใบมะกรูดแล้วเหยาะน้ํา มะนาวหรือส้มแขกเพื่อลดความเค็ม นํามากินกับข้าวหรือขนมจีน ก็ได้ ถ้าจะให้มีกลิ่นหอมก็ใส่ใบทํามังลงไปด้วย

  • แกงส้มหรือแกงเหลือง เป็นแกงพื้นเมืองที่นิยมกินกัน ในภาคใต้ คําว่า “ส้ม” ในภาษาถิ่นใต้หมายถึงเปรี้ยว แกงส้มจึงเป็นแกงที่มีรสเปรี้ยวนําส่วน แกงเหลือง นั้นเป็นชื่อที่คนภาคกลางเรียก เนื่องจากใส่ขมิ้น แกงจึงมีสีเหลือง

วิธีปรุงเริ่มจากการเตรียมเครื่องแกง ประกอบด้วยขมิ้น พริก หนู กระเทียม เกลือ กะปิ โขลกให้ละเอียด แล้วใส่ลงไปในน้ำเดือด ตามด้วยเนื้อสัตว์อาจเป็นปลาหรือสัตว์อื่นก็ได้ โดยทั่วไปนิยมใช้เนื้อปลา เช่น ปลาแขยง ปลาดุก ปลาช่อน ปลาขมิ้น ปลา กระบอก เป็นต้น ปรุงรสด้วยน้ำมะนาวหรือผลไม้อื่นที่ให้รสเปรี้ยว เช่น มะขาม มะปริง ตะลิงปลิง จากนั้นใส่ผักลงไปตามชอบ เช่น ผักกาด ดอกแค ผักกระเฉด หยวกกล้วย หน่อไม้ สายบัว มะเขือ เมื่อสุกได้ที่จึงยกลง

  • ข้าวยํา ทํามาจากข้าวสวยผสมกับผัก ได้แก่ ใบขมิ้น ใบ ทํามัง ใบมะกรูด และตะไคร้ซึ่งนั่นเป็นฝอย ใส่กุ้งแห้งป่น พริก ใน มะพร้าวคั่ว ถั่วฝักยาวหั่นเป็นท่อนเล็กๆ ปรุงรสเปรี้ยวด้วยน้ำ มะนาวหรือมะม่วงซอย คลุกเคล้าเครื่องปรุงทั้งหมดกับข้าวสวย แล้วราดด้วยน้ำบูดู เพื่อให้มีรสเค็มและหวาน ข้าวยําจึงมีรสชาติที่ หลากหลายสมชื่อ

  • ขนมจีนเมืองคอน เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของจังหวัด เนื่องจากเส้นขนมจีนที่เหนียวนุ่มและไม่ใหญ่นัก ซึมน้ํายาหรือน้ำแกงที่ราดได้ดี น้ำแกงขนมจีนมีห้าชนิด คือ น้ำยาแบบภาคกลาง น้ำพริกซึ่งออกรสหวาน น้ำยาป่า แกงพุงปลา และแกงไก่เจือขมิ้นหอมเครื่องแกง นิยมกินแกล้มกับผักเหนาะ

ผักเหนาะ หมายถึง พืชผักสด ผักลวกกะทิ หรือผักดอง หรือ อาจเป็นพืชผักสวนครัวที่ใช้ประกอบอาหารทั่วไป เช่น ผักกาด ผัก บุ้ง ถั่วฝักยาว ลูกเนียง สะตอ ยอดกระถิน ยอดมะม่วงหิมพานต์ เป็นต้น ผักเหนาะเป็นของคู่กับสํารับกับข้าวของชาวใต้ เนื่องจากอาหารทางภาคใต้มีรสจัด จึงต้องกินผักเหนาะแกล้มเพื่อลดความเผ็ดร้อน

น้ำพริกโจรหรือน้ำชุบโจร เป็นน้ำพริกที่ต่างจากน้ําพริกทั่วไป คือมีลักษณะหยาบ เพราะไม่นิยมตําพริกให้แตกละเอียด เครื่องปรุงคือ นํากะปิมาปิ้งไฟ แล้วใส่ครกตําน้ําพริก น้ำพริกชี้ฟ้า สดทั้งสีแดงและเขียวประมาณ 20 เม็ดมาหันเป็นท่อนเล็กๆใส่รวมกับกะปี จากนั้นนําหัวหอมสักสองหัวมาเฉือนบางๆใส่ลงไปด้วย

แล้วใส่น้ำส้มหรือน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ําตาล คลุกเคล้าเครื่องเปรงทั้งหมดให้เข้ากัน ถ้าต้องการให้น้ำพริกมีรสชาติดีขึ้น ก็ใส่ผงชูรส กุ้งแห้งหรือกุ้งต้มลงไปด้วยก็ได้ เวลากินจะกินคู่กับผักเหนาะ เพราะช่วยเพิ่มรสชาติของน้ำพริกมากขึ้น น้ำพริกจะมีรสเผ็ดนํา และรสเปรี้ยว เค็ม หวาน ตามลําดับ

  • ปลาทอดขมิ้น ใช้ปลาทู ปลาหมอ หรือปลาเนื้ออ่อนทั่วไป มาขอดเกล็ด เอาแก้มและไส้ออก ล้างน้ำให้สะอาด ใช้มีดบั้งขวางตามตัวปลาทั้งสองข้าง เพื่อให้เครื่องขมิ้นสามารถแทรกซึมลง ไปถึงตัวปลา เครื่องประกอบด้วยขมิ้น กระเทียม พริกไทย และ เกลือ ตําให้ละเอียด แล้วนํามาทาบนตัวปลาให้ทั่ว หมักทิ้งไว้ ประมาณ 15 นาที แล้วนําลงทอดในกระทะซึ่งน้ำมันกําลังร้อนจัด เมื่อสุกก็นําขึ้นกินกับข้าวสวย ได้รสชาติอร่อยมาก

  • ขนมลา มีสองชนิด คือ ลาเช็ดและลาลอยมัน ลาเช็ด เป็นลาที่มีเส้นละเอียด ประกอบด้วยแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียวเล็กน้อย มาแช่รวมกันแล้วบด ใช้ผ้าขาวบางกรองเอาเฉพาะเนื้อ แป้ง นําไปผสมกับน้ำผึ้งซึ่งทํามาจากน้ำตาลอ้อย น้ำตาลจากต้นจาก จะมีความมัน อร่อย มีรสชาติเค็มหวานในตัวเอง และน้ำตาลทรายขาว

การทอดลาจะทอดในกระทะขนาดใหญ่ ตั้งไฟอ่อนๆ เอาน้ำมันมะพร้าวผสมด้วยไข่แดงทาให้ทั่วกระทะ รอให้กระทะร้อน นําแป้งซึ่งผสมได้ที่แล้วใส่ในเครื่องโรยเส้นที่เรียกว่า “พลกลา” ซึ่ง ทําจากกะลามะพร้าวเจาะรูที่ก้นอย่างประณีตแบบรังผึ้ง เพื่อให้แป้งไหลเป็นสายลงตามรูเหล่านั้น แล้วนําไปโรยเส้นลงในกระทะ โดยโรยวนไปมาจนได้แผ่นลาเป็นรูปวงกลมและมีขนาดพองาม พอแป้งสุกจึงตักขึ้น

ส่วนลาลอยมัน มีวิธีการทําแป้งเช่นเดียวกัน แต่เนื้อแป้งจะหยาบกว่าและใช้น้ำตาลโตนด การโรยเส้นไม่ต้องใช้ไข่แดงผสม เจาะรูพลกลาให้มีขนาดโตกว่าลาเช็ด เมื่อแต่ละแผ่นสุกดีแล้วจะใช้ ไม้ไผ่บางๆ สอดพับเป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่วคล้ายการพับผ้าเช็ด หน้า เมื่อสุกแล้วจะมีสีน้ำตาลอ่อน แต่ละแผ่นจะหนากว่าลาเช็ด เมื่อเย็นดีแล้วจะแข็งกรอบและคงรูปตามที่พับ ที่นครฯ ไม่นิยมทํา เนื่องจากอร่อยไม่สู้ลาเช็ดและเก็บไว้ได้ไม่นานเท่าลาเช็ด

  • ขนมดีซํา ทําจากแป้งข้าวเจ้า กล้วยน้ำว้า ไข่ไก่ และผงฟู ผสมกับน้ำตาลทราย ปั้นเป็นรูปวงกลม แล้วนําไปทอดในกระทะ เมื่อใกล้จะสุก ขนมจะพองตัวและลอยขึ้น สีของขนมเป็นสีขาว แต่ถ้าใช้น้ำตาลโตนดก็จะเป็นสีน้ำตาลอ่อน

  • ขนมบ้า มีวิธีการเตรียมแป้งเหมือนกับขนมดีซ้ำ แต่จะทําด้วยข้าวเหนียวผสมกับเผือก หรือฟักทอง หรือกล้วยน้ำว้า หรือมันก็ได้ เมื่อเตรียมแป้งเสร็จแล้ว ปั้นเป็นรูปวงกลมขนาดเท่าขนม ดีซ้ำ แล้วใช้งาขาวหรืองาดําคั่วสุกโรยทั้งสองด้าน แล้วนําไปทอดจนสุก

  • ขนมกงหรือขนมไข่ปลา ทําด้วยแป้งข้าวเหนียวผสม ด้วยหัวกะทิให้ได้รสมัน และใส่ไข่เล็กน้อย ใช้ถั่วเขียวตัวจนสุกแล้ว โม่ทั้งเปลือกจนละเอียดร่อนด้วยตะแกรงแล้วคลุกกับน้ำตาล เคียว แล้วคลึงเป็นรูปกลมรีขนาดพองาม นําไปคลุกแป้งข้าวเหนียวที่ เตรียมไว้แล้วจนเข้ากันดี นําไปทอดจนสุก ขนมกงจะมีรูปร่างคล้ายกับไข่ปลา

  • ขนมพองหรือข้าวพอง ทํามาจากข้าวเหนียวซึ่งแช่ไว้ประมาณ 5 ชม. นํามาล้างให้สะอาด แล้วนึ่งด้วยหวดจนสุก นำมาอัดลงในแบบพิมพ์เป็นรูปตามต้องการ ส่วนใหญ่เป็นวงกลม รูปพระจันทร์ครึ่งซีก รูปสามเหลี่ยม เป็นต้น เมื่อเข้ารูปแล้วถอดพิมพ์ออก นําไปตากแดด 23 วัน จึงนําไปทอด ข้าวเหนียวจะพองฟูขึ้นและคงรูปเดิม ปกติขนมพองจะมีสีขาว ถ้าต้องการให้มีสีสันก็ย้อมข้าวเหนียวตั้งแต่ตอนแช่

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet