แนะนำสถานที่เที่ยวย่าน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ตอนที่ 3

-ที่เที่ยว ย่าน อ.เมือง-

นอกเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชมีที่เที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช ซึ่งมีการจัดแสดงโบราณวัตถุที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังมีวัดสําคัญต่างๆ ซึ่งมีศิลปกรรมที่น่าสนใจชม

  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช 

– เปิดวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.
– ค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท
– โทร. 0-7534-1075, 0-7534-0419

บริเวณที่ตั้งพิพิธภัณฑ์เคยเป็นที่ตั้งของวัดสวนหลวงตะวันออกซึ่ง เป็นวัดโบราณ ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุที่ขุดค้นได้ในแถบภาคใต้ตอนบนที่น่าสนใจ

ที่ตั้ง ถ. ราชดําเนิน อ. เมือง ห่างจากวัดพระมหาธาตุฯประมาณ 1 กม.
รถยนต์ส่วนตัว จากสี่แยกหัวถนนใช้ ถ.ราชดําเนิน รพ.มหาราชฯ ไปประมาณ 1 กม. พิพิธภัณฑ์อยู่ทางขวามือตรงข้ามวัดสวนหลวง

สิ่งน่าสนใจ

ภายในอาคารจัดแบ่งเป็นห้องต่างๆ ตามเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวโยงกับนครศรีธรรมราช เช่น ห้องยุคก่อนประวัติ ศาสตร์ จัดแสดงเครื่องมือหินที่ขุดพบในเขต จ. นครศรีธรรมราช เช่น ขวานหิน ระนาดหิน กําไลหิน ภาชนะดินเผา หม้อสามขา กลอง มโหระทึก ลูกปัด เป็นต้น ห้องยุคประวัติศาสตร์ จัดแสดงศิลปะ โบราณวัตถุยุคประวัติศาสตร์สมัยต่างๆ ของประเทศไทย ตั้งแต่สมัยทวารวดีจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เช่น โบราณวัตถุที่พบในเมืองคูบัว จ.ราชบุรี ซึ่งมีทั้งพระพุทธรูปศิลา เศียรพระโพธิสัตว์ ปูนปั้น เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีหน้าบันไม้แกะสลักจากวัดสระเรียง อ.เมือง ซึ่งเป็นภาพเทพฟ้อนรํา มีเทวดาพนมมืออยู่ทั้งสองข้าง รอบนอกสลักเป็นลายดอกพุดตาน

ห้องโบราณวัตถุของภาคใต้ โดยเฉพาะที่พบในเขต จ.นครศรีธรรมราช เช่น พระพุทธรูปต่างๆ ทั้งพระพุทธรูปศิลา สําริด และ พระพิมพ์ดินเผา ชิ้นส่วนของธรรมจักรดินเผา ศิลาจารึกจากเขา ของคอย ต. ทุ่งโพธิ์ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งจารึกเป็นอักษรปัลลวะ อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 นอก กรรมเทพเจ้าทางศาสนาพราหมณ์อีกหลาย ราชสําริด หงส์สําริด 

หากสนใจข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจําวันของคนท้องถิ่นก็มีจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ด้วย เช่น เครื่องมือทำนา ครกแบบต่างๆ แกะซึ่งเป็นเครื่องมือเกี่ยวข้าว อุปกรณ์จับสัตว์ หมาตักน้ำ เงินตรา เหรียญกษาปณ์ เงินนโม กระต่ายขูดมะพร้าวแบบต่างๆ เป็นต้น

ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีการจัดแสดงห้องพระรัตนธัชมุนีศรีธรรมราช อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าโพธิ์ จ. นครศรีธรรมราช จัดแสดงเครื่องอัฐบริขารต่างๆ มีตาลปัตร ย่าม ป้านชา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีห้องหนังตะลุง จัดแสดงตัวหนังตะลุง ศิลปะพื้นบ้านของภาคใต้

  • วัดสวนหลวง 

บริเวณวัดร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ สิ่งก่อสร้างในวัดเป็นศิลปะร่วมสมัย อาจดูไม่โดดเด่นนัก แต่หากเข้าไปในวิหารหลังย่อมจะพบกับลวด ลายปูนปั้น ซึ่งแตกต่างจากวัดอื่นๆ ในบริเวณเดียวกัน

ที่ตั้ง ถ.ราชดําเนิน อ.เมือง
รถยนต์ส่วนตัว จากสี่แยกหัวถนนใช้ ถ.ราชดําเนิน ผ่าน รพ.มหาราชฯ ไปประมาณ 1 กม. วัดสวนหลวงอยู่ทางซ้ายมือ ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช

สิ่งน่าสนใจ

วิหารมีขนาดไม่ใหญ่นัก ก่ออิฐถือปูนทาสีขาว หน้าต่างไม้สีแดงไม่มีลวดลาย หน้าบันมีภาพวาดนาคสองตัวพันกัน มีธรรมจักรอยู่ตรงกลาง ด้านในเป็นที่ประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 4 ศอก เพดานเป็นไม้ทาสีไข่ไก่ หัวเสาเป็น รูปกลีบบัว พื้นปูกระเบื้องเคลือบสีขาวคล้ายหินอ่อน จิตรกรรม ฝาผนังเป็นเรื่องพุทธชาดก สิ่งที่โดดเด่นคือ ภาพปูนปั้นแบบนูนต่ํา ฝีมือช่างพื้นบ้านลักษณะเดียวกับที่พบในวิหารพระม้า วัดพระมหา ธาตุวรมหาวิหาร

  • วัดท้าวโคตร

เป็นวัดเก่าแก่ อาณาบริเวณกว้างขวาง เดิมเป็นโบสถ์พราหมก พุทธศาสนาเผยแผ่เข้ามาจึงมีการสร้างวัดขึ้นแทนที่ในบริเวก กับวัดมีตลาดพื้นบ้านขนาดเล็กจําหน่ายสินค้าพื้นเมือง

ที่ตั้ง ถ.ราชดําเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง
รถยนต์ส่วนตัว จากสี่แยกหัวถนนใช้ ถ.ราชดําเนิน ผ่าน รพ.มหาราชฯ เลยพิพิธภัณฑ์ไปประมาณ 600 ม.วัดท้าว ทางซ้ายก่อนข้ามคลองป่าเหล้า

สิ่งน่าสนใจ

  • โบสถ์ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ด้านบนเปิดโล่ง ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระประธานปูนปั้นเก่าแก่ ปางมารวิชัย ภายในโบสถ์มีเสาภายในเรียงเป็นสองแถวตามแนวยาวของอาคาร ระหว่างหัวเสาแต่ละต้นติดตั้งแผ่นไม้ขนาดกว้าง 1 ฟุต ยาวประมาณ 10 ม. แต่ละแผ่นเขียนภาพจิตรกรรมเรื่องพุทธประวัติและทศชาดก นับเป็นงานศิลปะที่น่าชม แม้สีสันของภาพเลือนไปบ้างก็ตาม

นอกจากนี้มีซากฐานเจดีย์โบราณและกุฏิเก่าสองชั้นซึ่งข้างล่างเป็นปูน ส่วนชั้นบนเปิดโล่ง มีไม้ฉลุประดับสวยงาม แต่อยู่ในสภาพทรุดโทรมขาดการดูแล

  • วัดท่าโพธิ์วรวิหาร 

เป็นวัดเก่าแก่ มีประวัติความเป็นมายาวนาน ได้รับการยกฐาน เป็นพระอารามหลวงชั้นวรวิหารในรัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ศ. 2460 น่าสนใจคือสถาปัตยกรรมของกภิท่านเจ้าคณรัตนธัชมุนี (ม่วง) อดีตเจ้าอาวาสวัด 

ที่ตั้ง ถ. ท่าโพธิ์ อ. เมือง
รถยนต์ส่วนตัว จากสี่แยกตลาดแขกใช้ ถ.ราชดําเนิน ไปทางสนามบิน ผ่านสี่แยกท่าวังไป 500 ม. พบสี่แยกก่อนข้ามคลอง ท่าวังให้เลี้ยวขวาเข้า ถ.ท่าโพธิ์ไป 500 ม. ถึงที่ตั้งวัด

ประวัติ สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2027 ตรงกับสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยา แต่ถูกโจรสลัดจากสิงคโปร์ ยกกําลังเข้าปล้นและเผาทําลายจนกลายเป็นวัดร้างเมื่อ พ.ศ. 2181 ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์เจ้าอุปราชพัฒน์ได้มาตั้งวังอยู่ทางทิศเหนือ ห่างจากบริเวณวัดท่าโพธิ์ร้างประมาณ 400 ม. ครั้นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมือง จึงย้ายเข้าไปอยู่ที่วังเจ้าเมือง ส่วนวังของท่าน ได้สร้างวัดขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2327 ให้ชื่อว่าวัดท่าโพธิ์

ราวสมัยรัชกาลที่ 5 ในยุคที่ท่านเจ้าคุณรัตนธัชมุนี (ม่วง) เป็นเจ้าอาวาส ท่านมีบทบาทเป็นอย่างมากในการพัฒนาวัดและ ชุมชนให้สอดคล้องกับการปกครองแบบมณฑล มีการจัดการศึกษา แผนใหม่ ตั้งโรงเรียนขึ้นถึง 21 แห่ง และตั้งโรงเรียนช่างถมขึ้นใน วัด ทําให้การศึกษาของนครศรีธรรมราชเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว

สิ่งน่าสนใจ

-อาคารท่านเจ้าคุณรัตนธัชมุนี (ม่วง) เดิมเป็นกุฏิของท่านเจ้าคุณรัตนธัชมุนี (ม่วง) เป็นตึกสองชั้นแบบตะวันตก หลังคา ปั้นหยา มุงด้วยกระเบื้องดินเผาสีน้ําตาลไหม้ที่ให้ความงามอย่าง คลาสสิก สถาปัตยกรรมบางส่วนเลียนแบบตึกยุคโคโลเนียล คือ ตามระเบียงทําซุ้มโค้ง ตามชายคาระเบียงมีการประดับไม้ฉลุลายอย่างสวยงาม

  • เก๋งจีนวัดประดู่ วัดประดู่เป็นวัดโบราณสมัยต้นรัตนโกสินทร์ มารดาเจ้าพระยานคร (พัฒน์) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2327-2330 บริเวณวัดสะอาดร่มรื่นด้วยต้นไม้ บรรยากาศเงียบสงบ สิ่งน่าสนใจของวัดนี้คือ เก๋งจีนและ ประติมากรรมดอกบัวซึ่งเชื่อว่าเป็นที่เก็บอัฐิของพระเจ้าตากที่ตั้ง ถ. ราชดําเนิน อ. เมือง
    รถยนต์ส่วนตัว จากสี่แยกตลาดแขกใช้ ถ.ราชดําเนิน ไปทางค่ายวชิราวุธ ผ่านสี่แยกท่าวัง ข้ามคลองท่าวังไป 250 ม. วัดอยู่ ทางขวามือ

 

สิ่งน่าสนใจ

-เก๋งจีน ภายในวัดประดู่ นอกจากโบสถ์แล้วยังมีเก๋งจีนอีกหลังหนึ่ง ตั้งอยู่ใกล้กับกําแพงวัด เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ 6 ม. ผนังก่ออิฐถือปูน หลังคามุงกระเบื้อง บานประตู เป็นไม้ฉลุลวดลายรูปดอกไม้และนก ไม้ฉลุนี้สั่งมาจากประเทศจีน

ภายในเก๋งมีประติมากรรมรูปดอกบัว ซึ่งเป็นเจดีย์แบบหนึ่ง ที่นิยมสร้างกันในภาคใต้สําหรับบรรจุอัฐิของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ถ้าบรรจุอัฐิผู้หญิงยอดเจดีย์จะเป็นรูปดอกบัวตูม ถ้าบรรจุอัฐิผู้ชายจะ เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง เจดีย์บัวองค์หนึ่งกล่าวกันว่าเป็นที่บรรจุ อัฐิของเจ้าพระยานคร (น้อยกลาง) แต่ผู้รู้บางท่านยืนยันว่า บัวองค์ นี้เจ้าพระยานคร (น้อยกลาง) สร้างเพื่อบรรจุอัฐิของเจ้าพระยาน (น้อย) ผู้เป็นบิดา และอัฐิสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีผู้เป็นปู่ ซึ่งพระยานคร (น้อยกลาง) ไปแบ่งมาจากวัดอินทาราม ธนบุรี

  • สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 

เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 1,257 ไร่ ชาวบ้านนิยมเรียกว่าสวนท่าลาด ตั้งอยู่ด้านหลังสนามกีฬาจังหวัด เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองนครฯ รวมทั้งเป็นที่จัดงานของจังหวัด เช่นงานบุญสารทเดือนสิบ ภายในสวนสมเด็จฯ มีสวนสัตว์ที่น่าสนใจชม

ที่ตั้ง หลังสนามกีฬาจังหวัด อ. เมือง
รถยนต์ส่วนตัว จากสี่แยกตลาดแขกใช้ ถ.ราชดําเนิน ไปทางค่ายวชิราวุธ ผ่านสี่แยกท่าวัง เลยวัดประดู่ไปไม่ไกลเป็นสี่แยก ให้เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.มะขามชุม ข้ามคลองเตยไป 500 ม. สวนสมเด็จฯ อยู่ทางขวามือ

สิ่งน่าสนใจ

-สวนสัตว์ เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของสวนสมเด็จฯ จัดเป็สวนสัตว์เปิดขนาดใหญ่ มีสัตว์นานาชนิดให้ชมศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ เช่น เก้ง กวาง หมูป่า จิงโจ้แคระ จระเข้ นกยูง หมี ชะนี ลิง ไก่ฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสวนนกซึ่งสร้างเป็นกรงขนาดใหญ่ มีนกหลากหลายสายพันธุ์ให้ชม หากใครสนใจปลา ก็มีสวนปลาในตู้และบ่อปลาคราฟต์ที่น่าชมอีกด้วย

ภายในบริเวณสวนสาธารณะมีสระน้ำขนาดใหญ่ มีบริการเรื่อถีบ นั่งเรือเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ท่ามกลางความร่มรื่นของ ต้นไม้ ดอกไม้สวยงาม หรือจะนั่งพักผ่อนที่ศาลาริมสระน้ำ ให้อาหารปลาก็ได้

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet