เที่ยวชมธรรมชาติ ย่านอ.บ้านแพง จังหวัดนครพนม

นครพนม

-สถานที่ท่องเที่ยว ย่าน อ.บ้านแพง-

ที่เที่ยวกลุ่มนี้มีทั้งธรรมชาติป่าเขาใน อช.ภูลังกา และโบราณสถาน ในตัว อ. บ้านแพง ส่วนด้านที่พัก นอกจากกางเต็นท์พักแรมใน อช. ภูลังกาแล้ว ยังมีบังกะโลในตัวอําเภอให้เลือกพักอีกด้วย

อช.ภูลังกา

ภูลังกาอยู่ทางตะวันตกของตัว อ.บ้านแพง เป็นภูยอดตัดที่มีพื้นราบกว้างอยู่บนเขาที่เรียกว่าภูหลังแป มีพื้นที่รวมประมาณ 50 ตร. กม. หรือกว่า 3 หมื่นไร่ อยู่ในเขต จ.นครพนม และ จ. หนองคาย บริเวณที่อยู่ในเขต จ.นครพนม มีธรรมชาติงดงามน่าสนใจอยู่หลายแห่ง โดยเฉพาะน้ำตก คือน้ำตกตาดขามและน้ำตกตาดโพธิ์ซึ่งมีเส้นทางเดินป่าและบริเวณกางเต็นท์สําหรับนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติ

นครพนม

ที่ตั้ง ที่ทําการฯ อยู่บริเวณน้ำตกตาดโพธิ์ บ้านนาโพธิ์ อ.บ้านแพง จ.นครพนม
รถยนต์ส่วนตัว จากตัว อ.บ้านแพงใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ไปทาง อ.ทุ่งคล้า จ.หนองคาย ประมาณ 5.25 กม. พบทางแยกเข้าอุทยานฯทางซ้าย ให้เลี้ยวเข้าไปประมาณ 3.5 กม. ถึงที่ทําการฯ

สิ่งน่าสนใจ

  • น้ำตกตาดโพธิ์ อยู่ห่างจากที่ทําการฯ 200 ม. เกิดจาก ลําน้ำห้วยทรายที่มีต้นน้ำจากป่าบนภูลังกา มีทั้งหมดสี่ชั้น โดยจะพบชั้นแรกเมื่อเดินมาจากที่ทําการฯ จากนั้นจะมีเส้นทางเดินราว 300 ม. ต่อไปยังชั้นที่ 2 และหากเดินต่อไปอีกราว 1 กม. จะถึง น้้ำตกชั้นที่ 3 ส่วนชั้นที่ 4 ก็เดินต่อไปอีก 400 ม. บริเวณน้ำตกชั้น ที่ 1 มีแอ่งน้ำลงเล่นได้

หากมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนซึ่งมีน้ำมาก จะมองเห็นสายน้ำตกกลางป่าเขียวได้จากริมทางหลวงหมายเลข 212

  • น้ำตกตาดขาม

การเดินทาง จากซุ้มประตูบ้านแพงใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ไป ทาง อ.ทุ่งคล้า จ. หนองคาย ประมาณ 500 ม. พบทางแยกเข้าน้ำตกทางซ้าย ให้เลี้ยวเข้าไปประมาณ 5 กม. ถึงบริเวณน้ำตก เกิดจากลําน้ำห้วยตาดขามซึ่งมีต้นน้ำจากป่าบนภูลังกา น้ำตกมีลักษณะแผ่ออกกว้าง แต่ไม่สูงชัน มีแอ่งน้ำใหญ่ให้ลงเล่น บริเวณโดยรอบร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด

เดินป่าขึ้นภู – ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นําทางที่ที่ทําการฯ ระยะเวลาการเดินป่า 2 วัน 1 คืน โดยกางเต็นท์พักแรมบนยอดภูลังกา เส้นทางจะเดินไปบนที่ราบบนยอดภู จุดสูงสุดอยู่ที่ ภูลังกาเหนือซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 563 ม. ผ่านน้ำตกตาดขามและน้ำตกตาดโพธิ์ชั้นบนๆ และผ่านน้ำตกตาดกินรีที่อยู่ในเขต จ.หนองคายด้วย

ระหว่างเส้นทางมีจุดชมทิวทัศน์แม่น้ำโขงและเทือกเขาในฝั่งลาว ซึ่งช่วงพระอาทิตย์ขึ้นจะมีความสวยงามเป็นพิเศษ

วัดโพธิ์ศรี

เป็นวัดคู่หมู่บ้านแพงมาแต่โบราณ ภายในวัดมีอาคารเก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามน่าชมหลายหลัง โดยแต่ละหลังสถาปัตยกรรมจะแตกต่างกันไป มีทั้งแบบท้องถิ่นอีสานแบบญวนหรือเวียด นาม และแบบตึกฝรั่ง ผู้ชื่นชอบการเที่ยวชมศิลปะไม่ควรพลาด

ที่ตั้ง ถ. ราษฎร์บํารุง บ้านแพงใต้ ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม
รถยนต์ส่วนตัว จาก อ.ท่าอุเทนใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ไปทาง อ.บ้านแพง เมื่อเข้าเขตตัว อ.บ้านแพง ให้เลี้ยวขวาที่บริเวณซุ้มประตูบ้านแพง แล้วตรงไปจนพบสี่แยกที่ 2 ให้เลี้ยวขวาไปอีก ราว 750 ม. วัดอยู่ทางซ้ายมือ

ประวัติ ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2409 เดิมชื่อว่าวัดโพธิ์ศรีบ้านแพงใต้ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2478  ในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย

สิ่งน่าสนใจ

ภายในบริเวณวัดมีสถานที่สําคัญซึ่งมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ สวยงามหลายแห่ง ได้แก่ พระธาตุ ซึ่งมีสถาปัตยกรรมคล้ายพระธาตุพนม สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2474 ภายในบรรจุอัฐิเจ้าอาวาสรูปแรกและเครื่องอัฐบริขารต่างๆ ด้านใต้ของพระธาตุมีหอระฆัง ซึ่งสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2502 โดยชาวพุทธเชื้อสายเวียดนามเพื่อเก็บอัฐิของบรรพบุรุษ ด้านตะวันออกของพระธาตุมีสมแบบพื้นบ้านอีสาน สร้าง ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2478 ใกล้ๆกันมีตึกฝรั่ง สร้างในปี พ.ศ. 2479 ซึ่ง ยังคงสภาพสวยงาม ปัจจุบันใช้เป็นโรงเรียนปริยัติธรรม

สถานที่เที่ยวช่วงอ.ธาตุพนม-อ.เรณูนคร

ที่เที่ยวกลุ่มนี้นับเป็นหัวใจของ จ.นครพนม เพราะมีพระธาตุพนม ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ศูนย์รวมจิตใจของคนแถบลุ่มน้ำโขงทั้งไทยและลาวและเป็นโบราณสถานที่งามสง่าด้วย นอกจากนี้ในเส้นทางยังมีพระธาตุเรณูซึ่งเป็นพระธาตุสําคัญของ อ.เรณูนคร

และหากมาเที่ยวยัง อ.เรณูนครแล้ว ต้องไม่พลาดแวะชมผ้าทอพื้นบ้านซึ่งเป็นสินค้าโดดเด่นของอําเภอนี้

ส่วนที่พักก็มีที่พักให้เลือกทั้งในตัวเมืองธาตุพนมแถบริม แม่น้ำโขงซึ่งมีบรรยากาศดี รวมถึงแถบตัวเมืองเก่าที่อยู่ริมน้ำ ซึ่งนอกจากที่พักแล้ว ยังมีอาคารเก่าแก่สวยงามแบบตึกฝรั่งช่างญวน ให้ชมด้วย

หากนักท่องเที่ยวขับรถยนต์ไปเอง ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ออกจากตัวเมืองนครพนมไปทาง จ.มุกดาหาร ระยะทางราว 60 กม. ก็ถึงตัว อ.ธาตุพนม และหากเดินทางโดยรถประจําทางจากตัวเมืองนครพนม : ขึ้นรถสองแถวที่คิวรถข้าง ธ.กสิกรไทยสาขาเมืองนครพนมได้ แต่ถ้าจะไปยัง อ.เรณูนคร มีรถจากตัวเมืองนครพนมเพียงวันละเที่ยว นักท่องเที่ยวจึงอาจต้องเหมารถสามล้อรับจ้างต่อไปจาก อ.ธาตุพนม

พระธาตุพนม 

เป็นพระธาตุเก่าแก่ซึ่งมีประวัติความเป็นมากว่า 1,000 ปี เป็นศูนย์รวมความศรัทธาของพี่น้องไทย-ลาว ทั้งศิลปกรรมที่ปรากฏบนองค์พระธาตุก็เป็นงานอันทรงคุณค่า เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมในการสร้างพระธาตุสําคัญในอีสานในเวลาต่อมา เช่น พระธาตุเรณู พระ ธาตุท่าอุเทน เป็นต้น

ที่ตั้ง อยู่ในบริเวณวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร บ้านธาตุ พนม ต. ธาตุพนม อ. ธาตุพนม จ. นครพนม
รถยนต์ส่วนตัว จาก อ.เมืองนครพนมใช้ทางหลวงหมาย เลข 212 ไปทาง อ.ธาตุพนม เมื่อถึงตัว อ.ธาตุพนมจะเห็นพระธาตุอยู่ทางขวามือ

ประวัติ พระธาตุพนมองค์ปัจจุบันเป็นองค์ที่สร้างขึ้นใหม่ ครอบองค์เดิมที่หักโค่นลงเมื่อปี พ.ศ. 2518 มีตํานานเล่าว่า พระมหากัสสปเถระและพระอรหันต์ 500 องค์ พร้อมด้วยเจ้าผู้ครองแคว้นและเมืองต่างๆ ได้แก่ พญานันทเสนแห่งแคว้นศรีโคตรบู พญาจุลณีพรหมทัตแห่งแคว้นจุลณี พญาอินทปัตถนครแห่งเมือง อินทปัตถนครหรือแคว้นกัมพูชาโบราณ และพญาคําแดงแห่งเมือง หนองหานน้อย ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ณ บริเวณภูกําพร้าในแผ่นดินของอาณาจักรศรีโคตรบูร

พระธาตุที่สร้างในครั้งแรกนั้นมีขนาดเล็ก คือ สูง 2 วา กว้าง ด้านละ 2 วา ใช้ดินดิบก่อขึ้นแล้วเผาให้สุก ภายในเป็นโพรงมีประตูทั้งสี่ด้าน และอัญเชิญพระอุรังคธาตุ (กระดูกหน้าอก) ของพระพุทธ เจ้ามาประดิษฐานไว้พร้อมของมีค่าจํานวนมาก

ในช่วงเวลากว่า 1,000 ปี พระธาตุพนมได้รับการบูรณะต่อเติมถึงหกครั้ง โครงสร้างขององค์พระธาตุจึงเสียสมดุล เป็นเหตุให้ พระธาตุต้องล้มครืนลงเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2518 อันเป็นช่วงที่มีพายุ ฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องกันหลายวันหลายคืน

กรมศิลปากรจึงเข้าทําการบูรณะ นับเป็นการบูรณะครั้งที่ 7 ซึ่งแล้วเสร็จเมื่อเดือน มี.ค. 2522 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จมาทรงบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2522 และพระราชทานเทียนพรรษา ต้นไม้เงินต้นไม้ทอง เพื่อบูชาองค์พระธาตุเป็นประจําทุกปี

สิ่งน่าสนใจ

องค์พระธาตุพนมมีรูปทรงคล้ายกลีบดอกบัวสีกลีบที่ยังตูม ซึ่งเรียกว่า “บัวเหลี่ยม” เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมที่นิยมในแถบ ลุ่มแม่น้ำโขงทั้งไทยและลาว ลวดลายประติมากรรมที่ปรากฏบน องค์ธาตุเป็นศิลปะสมัยทวารวดี โดยแบ่งโครงสร้างองค์ธาตุได้เป็นสามช่วงดังนี้

– ฐานล่าง เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 16 ม. สูง 8 ม. ตรงกลางทําประตูหลอกประดับไว้กรุด้วยอิฐดินเผาสีแดงทั้งสี่ ด้าน ประดับด้วยประติมากรรมนูนต่ำรูปกษัตริย์ทรงม้าหรือช้าง ล้อมรอบด้วยลายกระหนกและลายพรรณพฤกษา ด้านทิศเหนือจะเป็นด้านที่มีประติมากรรมงดงามที่สุด

– ฐานชั้นที่ 2 สูง 12 ม. ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ ถ้วย ชาม สลับกับกระเบื้องซึ่งประดิษฐ์เป็นลายดอกไม้และลายพรรณพฤกษา

เรือนธาตุและเรือนยอด จากเรือนธาตุถึงปลายยอดสูง 23 ม. (สูงกว่าพระธาตุองค์เดิม 10 ม.) เรือนธาตุเป็นแบบบัวเหลี่ยม ประดับปูนปั้นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ปลายสุดขององค์ธาตุเป็นฉัตร ทองคําหนักถึง 110 กก.

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet