การเดินทางคมนาคมในเมืองต่างๆประเทศสวิสเซอร์แลนด์

swiss-transportation

-การคมนาคมในเมืองต่างๆ-

นอกเหนือจากการเดินทางระหว่างเมืองแล้วด้วยด้วยรถไฟบนโครงข่ายที่ครอบคลุมแล้ว การเดินทางในเมืองเล็กๆ สามารถเดินเท้าได้ทั่วเมือง ส่วนเมืองที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาจะมีระบบคมนาคมเชื่อมต่อกับรถไฟได้อย่างสะดวก เช่น เดินออกจากสถานีรถไฟ สามารถขึ้นรถรางต่อไปยังสถานที่ต่างๆได้ทั่วเมือง ซึ่งได้รวบรวมระบบคมนาคมที่มีโอกาสได้ใช้มาไว้ในบทความนี้ แม้รูปร่างของรถประจําทาง รถรางของแต่ละเมืองจะไม่เหมือนกัน แต่วิธีการใช้งาน และคอนเซ็ปการเดินทางแทบไม่ต่างกัน Continue reading “การเดินทางคมนาคมในเมืองต่างๆประเทศสวิสเซอร์แลนด์”

เตรียมเงินเท่าไหร่ให้พอสำหรับการเดินทางเที่ยวประเทศสวิส

switzerland

-เตรียมเงินเท่าไหร่ให้พอต่อการไปเดินทางไปสวิส-

สำหรับใครที่กำลังแพลนเดินทางท่องเที่ยว มักจะเกิดคำถามหลักจากจัดกระเป๋าเสร็จว่า  “ต้องเตรียมเงินเท่าไรให้พอกับทริปเที่ยวสวิส?” คำตอบง่ายๆคือไม่มีกฏตายตัว แค่ต้องแจกแจงค่าใช้จ่ายๆต่างๆตลอดทริป เช่น ค่าที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร ค่าเข้าสถานที่ต่างๆ ค่ารถ และสุดท้ายค่อยคิดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดซึ่งส่วนมากก็จะเป็นการช้อปปิ้งนั่นเอง คำถามกังวลพวกนี้จะหมดไปหากเราแพลนเที่ยวอย่างละเอียดเพื่อเตรียมเงินไปให้เพียงพอต่อทริป ทางที่ดีเตรียมไว้เผื่อเหลือดีกว่าขาดนะ Continue reading “เตรียมเงินเท่าไหร่ให้พอสำหรับการเดินทางเที่ยวประเทศสวิส”

เกร็ดความรู้ และข้อมูลก่อนการเดินทางไปยังประเทศสวิส

switzerland-2

เกร็ดความรู้ และข้อมูลก่อนเดินทาง

  • น้ำดื่มในสวิส

น้ำดื่มในสวิสสามารถเปิดจากก๊อกดื่มได้เลย เพราะน้ำปะปาที่นั่นมีความสะอาดเพียงพอที่จะกดแล้วดื่มได้ เวลาไปถึงที่นั่น อาจจะซื้อน้ำจากซุปเปอร์มาร์เก็ตมาเก็บไว้สักขวด หลังจากดื่มหมดแล้ว ก็เปิดจากก๊อกกรอกลงขวดได้เลย ซึ่งบรรดาร้านอาหารต่างๆ ที่เขานําน้ำฟรีมาให้ดื่ม ก็เป็นน้ำจากก๊อกนี่แหละ ร้านไหนที่ไม่ให้เราสามารถขอได้ฟรี เพียงแจ้งว่า ขอน้ำ Tap Water แต่ถ้าบอกว่า Water เฉยๆ เขาจะนําน้ำเปล่าเป็นขวดมาให้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำแร่แทบทุกร้าน และ ต้องเสียเงินค่าน้ำแร่ที่แพงกว่าร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตด้านนอก Continue reading “เกร็ดความรู้ และข้อมูลก่อนการเดินทางไปยังประเทศสวิส”

การใช้อินเตอร์เน็ตในการค้นหาเส้นทางท่องเที่ยว รับรองไม่มีหลง!

Google map

อินเตอร์เน็ตสําคัญสําหรับการเดินทาง

แม้สวิสจะเป็นเมืองท่องเที่ยว และมีข้อมูลการเดินทางสนับสนุนให้พอสมควรแต่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวไม่ค่อยมีแผนที่แจกฟรี หากอยากได้ก็ต้องเสียเงินซื้อ หรือแจกฟรีก็ละเอียดพอ เราอยู้ในยุคที่สามารถใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยในเรื่องของการเดินทาง การใช้อินเตอร์เน็ตระหว่างการเดินทางถือเป็นสิ่งสําคัญอย่างมาก โดยเฉพาะการใช้งานแผนที่ ซึ่งทําให้วางแผนการเดินทางให้ง่ายขึ้น เนื่องจากการใช้ออนไลน์สามารถพิกัด GPS แบบ Real-Time ได้ (มีบางแอพพลิเคชันที่ใช้งานแผนที่ Off-Line ได้) หรือในกรณีที่ตกรถไฟก็จําเป็นต้องใช้อินเตอร์เน็ตเข้าสู่ระบบ เพื่อค้นหาเส้นทางใหม่ รอบเวลาอื่นๆ แก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที่ แน่นอนว่า สิ่งที่สะดวกที่สุด คือ การซื้อซิมการ์ดที่เป็นของประเทศนั้นๆ เพราะจะสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้เสถียรมากกว่า Continue reading “การใช้อินเตอร์เน็ตในการค้นหาเส้นทางท่องเที่ยว รับรองไม่มีหลง!”

ขั้นตอนการใช้ตั๋ว Swiss pass และการเดินทางโดยรถไฟ

swiss-federal-railways

 ขั้นตอนการใช้งานตั๋ว Swiss Pass

  1. เมื่อซื้อ Swiss Pass จากตัวแทนในประเทศไทย หรือซื้อจากสถานีรถไฟในสวิส เจ้าหน้าที่จะให้ระบุวันเริ่มต้นใช้งาน และวันสิ้นสุดไว้บนบัตรเลย โดยไม่ต้องไปให้เจ้าหน้าที่ที่สวิส Validate ตั๋วก่อนใช้งานเหมือนประเทศอื่น
  2. สําหรับผู้ใช้งานบัตรประเภท Flexi ก่อนการเดินทางแต่ละวัน ต้องเขียนวันที่เดินทางลงบนบัตรด้วยตัวเองเสียก่อน หากเจ้าหน้าที่ตรวจบนรถไฟแล้วไม่มีการเขียนวันที่เดินทาง จะถูกปรับค่าธรรมเนียมแพงกว่าการซื้อตั๋วปกติ (เขียนวันที่วันต่อวัน เฉพาะวันที่เดินทาง ไม่ต้องเขียนล่วงหน้า เพื่อเปลี่ยนแผนการเดินทาง) ในกรณีที่เขียนผิด ห้ามขีดฆ่าด้วยตนเอง ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อทําการแก้ไขให้ ทั้งนี้การเขียนวันที่ลงบนบัตร ต้องใช้ปากกาสีดํา หรือสีน้ำเงินเท่านั้น
  3. เมื่อเดินทางถึงสวิส สามารถใช้ Swiss Pass เริ่มต้นเดินทางโดยไม่ต้องทําอะไรเพิ่มเติมอีก ขอแค่เก็บตัวไว้ให้ดี เพราะหากทําหายหรือถูกขโมย ไม่สามารถออกใหม่ได้ ต้องซื้อใหม่อย่างเดียว ไม่ว่าจะขึ้นรถไฟ รถราง รถประจําทาง เรือโดยสาร สามารถใช้บริการโดยไม่ต้องทําอะไรเพิ่ม หากมีเจ้าหน้าที่มาขอตรวจตั๋ว ก็ให้แสดง Swiss Pass ให้เจ้าหน้าที่ดูได้เลย ส่วนการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ต้องนํา Swiss Pass ไปเคาน์เตอร์ขายตัวของแต่ละแห่ง แล้วแจ้งว่าใช้สิทธิ์ Swiss Pass เจ้าหน้าที่จะออกตั๋วเข้าชมมาให้อีกใบ

Continue reading “ขั้นตอนการใช้ตั๋ว Swiss pass และการเดินทางโดยรถไฟ”

ทริปเที่ยวปารีส ถนน Rue Royale จนถึงโบสถ์ Madeleine

 

-ถนน Rue Royale จนถึงโบสถ์ Madeleine-

– โบสถ์เปิดวันจันทร์-เสาร์ เวลา 07.00-19.00 น. วันอาทิตย์เปิดเวลา 08.00-13.30 น. และ 15.30-19.00 น.
– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 1 ลงที่สถานี Concorde หรือเมโทรสาย 8 และ 12 ลง สถานีนี้ได้ แต่หากต้องการลงบริเวณโบสถ์ Madeleine แล้วเดินลงมาก็นั่งเมโทรสาย 8, 12, 14 ลงสถานี Madeleine Continue reading “ทริปเที่ยวปารีส ถนน Rue Royale จนถึงโบสถ์ Madeleine”

ท่องเที่ยวปารีสย่าน Place Vendome

 

-Place Vendôme-

– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 1 ลงที่สถานี Concorde แล้วเดินมาทางถนน Rue Royale พอเจอถนน Rue du Foubourg Saint-Honoré ให้เลี้ยวขวาเดินไปสักประมาณ 400 เมตร จนเจอถนน Rue de Castiglione เมื่อเลี้ยวซ้ายจะพบกับ Place Vendome หรือนั่งเมโทรสาย 1 ลงที่สถานี Tuileries เมื่อขึ้นจากสถานีให้เดินไปทางตรงข้ามกับสวน Jardin des Tulleries หรือนั่งเมโทรสาย 7 ลงที่สถานี Opera ก็ได้

แม้ว่าบริเวณนี้จะอยู่ไกลจากถนน แต่ร้านค้าโดยรอบของที่นี่ ยังคงเป็นร้านหรูราคาแพงอยู่ รวมทั้งเป็นที่ตั้งของโรงแรม Ritz ที่เจ้าหญิงไดอาน่าใช้พํานักก่อนจะเกิดเรื่องราวหลบกลุ่มนักข่าวปาปารัสซี ออกไปทางด้านหลังโรงแรมพร้อม โดดี้ อัลฟาแยต เจ้าของห้าง Harold ในอังกฤษ จนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

ลานนี้สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1720 โดย Jules Hardouin-Man sart และชื่อว่า Vendome ตาม Duke of Vendome ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน ในสมัยที่สร้างใหม่ได้มีพระรูปทรงม้าของพระเจ้าหลุยส์ ประดิษฐานอยู่ด้วย แต่ถูกทําลายลงในยุคปฏิวัติฝรั่งเศส เป็นเหตุให้นโปเลียนต้องสร้างเสา Vendome ขึ้นในเวลาต่อมา

เสาทองแดงที่ปัจจุบันเป็นแท่งสีเขียวโดดเด่นอยู่กลางพื้นที่นี้ นโปเลียนที่ 1 สั่งให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกฉลองชัยชนะที่ Austerlitz เมื่อปี

ค.ศ. 1805 โดยเลียนแบบเสาของ Trajan ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี มี ความสูงถึง 44 เมตร เสาต้นนี้ถูกล้อมรอบด้วยตึกเก่าเป็นรูป 10 เหลี่ยม ซึ่งเดิมตึกเหล่านี้มีไว้ให้เช่าเป็นร้านค้าและที่พักอาศัย เราว่านอกจากปารีสอย่างเยี่ยมยอดอีกด้วย นโปเลียนจะเป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่แล้ว ยังเป็นคนที่สร้างแลนด์มาร์กให้กรุง

นอกจากบ้านเลขที่ 15 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม Ritz ที่พํานักของ เจ้าหญิงไดอาน่าแล้ว ในอตีด Chopin คีตกวีชื่อก้องโลกก็เคยพักและ เสียชีวิตที่นี่เมื่อปี ค.ศ. 1849 ด้วยวัยเพียง 39 ปี ตรงบ้านเลขที่ 12

ศิลปะแบบอาร์ตนูโว

อาร์ตนูโว ก็คืองานศิลปะสถาปัตยกรรมในรูปแบบใหม่ อาร์ตนูโว เกิดขึ้นในยุโรปเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นยุคที่ชนชั้นกลางกําลังตื่นตัวต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรม และปฏิเสธงานศิลปกรรมแบบเดิมหรือแบบคลาสสิก ที่เป็นตัวแทนของชนชั้นศักดินา จึงไม่มีการใช้หัวเสา ลวดลายปูนปั้นแบบกรีกและแบบโรมัน แต่หันมาสนใจธรรมชาติ นิยมเส้นโค้งงอพลิ้วไหว ซึ่งมักจะเป็นลวดลายพรรณพฤกษา แล้วประดับตกแต่งโดยใช้วัสดุที่เป็นมันวาวอย่างทองแดง ทองเหลือง กระเบื้องเคลือบ หากคุณเดินทางโดยเมโทรแล้วเจอทางออกที่เป็นเหมือนโครงเหล็กทา ลักษณะของเสาเหมือนลําต้นองุ่น และโครงสร้างดูอ่อนช้อย นั้นคือศิลปะแบบอาร์ตนูโวที่ยังคงหลงเหลืออยู่

สิ่งน่าสนใจ

  • ตึกโบราณและประติมากรรมกลางแจ้ง

ความสวยงามของตึกที่ล้อมรอบจัตุรัสนี้อยู่ตรงโค้งทางเข้าที่มีความสูงและกว้างกว่าที่อื่นๆ รวมทั้งหลังคาที่ประดับด้วยหน้าต่างรูปโดม ทําให้ตึกเหล่านี้ ยังคงความสวยงามแม้ผ่านมานับศตวรรษ

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชอบมาที่ Place Vendome เพราะนอกจากจะมีร้านค้าชื่อดังมากมาย ในฤดูร้อนหรือฤดูใบไม้ผลิก็ยังจัดแสดงงานประติมากรรมของศิลปินต่างๆอีกด้วย เนื่องจากในจัตุรัสนี้มีฟุตปาธที่กว้างใหญ่ 

Hôtel de Ville

– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 1 ลงที่สถานี Hotel de Ville หรือนั่งเมโทรสาย 11 ก็ได้

ตอนแรกเราเข้าใจผิดคิดว่า Hotel de Ville เป็นโรงแรม แต่จริงๆแล้ว คําว่า Hotel de Ville ในภาษาฝรั่งเศสนั้นแปลว่า Town de Vile (ศาลา กลางเมืองปารีส) สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคเรอเนซองซ์ (ศตวรรษ ที่ 16) ถูกเผาทิ้งเมื่อปี ค.ศ. 1871 ตึกที่เห็นในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นใหม่ และเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1882 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากตึกเดิม

เนื่องจากสถานที่นี้เป็นที่ทําการ (ราชการ) ของกรุงปารีสมานาน จึงมีเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เกิดขึ้นมากมาย แต่ที่น่าเศร้าและสําคัญที่สุดเป็นตอนที่ Robespierre ผู้นํารัฐประหารฝรั่งเศส (ผู้นําการสนับสนุนให้ประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอองตัวเนต) ถูกล้อมจับกุมที่นี่เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1794 โดยเขาพยายามจะฆ่าตัวตายด้วยการยิงที่บริเวณลําคอ แต่กระสุนมีแรงแค่ทะลุเข้ากรามทําให้บาดเจ็บเท่านั้น ในวันต่อมาเขาถึงถูกประหารด้วยกิโยตีนต่อ หน้าสาธารณชนดังเช่นพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอองตัวเนต

 สิ่งน่าสนใจ

สิ่งที่น่าดู (และน่ากลัว) ของตึกนี้คงเป็นรูปปั้นที่ตกแต่งเป็นส่วนหนึ่งของตึก โดยรอบตึกและบนตึกจะมีรูปปั้นท่าทางแตกต่างกันมากกว่า 136 ชิ้น ซึ่งบางชิ้นก็จําลองมาจากผู้คนที่มีชื่อเสียงของกรุงปารีสในยุคต่างๆ

นอกจากที่นี่จะเป็นสถานที่จารึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์มากมายแล้ว บริเวณลานกว้างแห่งนี้ยังเป็นศูนย์รวมมวลชนชาวปารีส ตามวาระต่างๆด้วย เช่น การแสดงคอนเสิร์ตดนตรีร็อก งานฉลองปีใหม่ รวมไปถึงลานชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งเมื่อครั้งหลังสุดที่ทีมชาติฝรั่งเศสลงเตะกับทีมเกาหลีในศึกฟุตบอลโลก ปี 2002 ลานกว้างแห่งนี้ก็ดูแคบลงถนัดใจเพราะชาวฝรั่งเศสต่างพากัน มาเชียร์ทีมชาติในฝันอดีตแชมป์โลกของเขาอย่างพร้อมเพรียง (แม้เป็นเวลางานราว 10 โมงเช้า) ซึ่งชวนให้นึกถึงบรรยากาศพี่ไทยไปเชียร์บอล ทีมชาตินัดแพ้ไม่ได้ โดยหอบหิ้วหมอนนอนรอตั้งแต่ไก่โห่ ทําให้รู้ว่า วัฒนธรรมการเชียร์บอลไม่มีความแตกต่างระหว่างชนชาติและสีผิว

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet

พาเดินชมสวน Jardin des Tuileries กรุงปารีส

-สวน Jardin des Tuileries-

– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 1 ลงที่สถานี Tuileries หรือ Palais Royal Musée

ที่ตั้งของสวนนี้อยู่บริเวณส่วนหน้าของพิพิธภัณฑ์ Musée du Louvre นั่นเอง ถ้าคุณเดินออกจากพิพิธภัณฑ์ทางด้านหน้าบริเวณพีระมิดแก้ว หันหน้าไปทางประตูชัย Arc de Triomphe จะเห็นซุ้มประตู Arc de Triomphe du Carrousel ที่ดูอลังการบานใหญ่ทรงโค้งแบบโรมันสร้าง ขึ้นตั้งแต่สมัยของนโปเลียน

ภายในสวนแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนที่อยู่หลังประตูทรงโรมันนี้ เรียกว่าสวน Carrousel มีการปลูกต้นไม้เรียงรายเป็นแนวยาว แต่ละแนวจะเริ่มจากประตูทางเข้าเปรียบเสมือนรัศมีแห่งแสงอาทิตย์สาดส่องออกมา แล้วประดับประดาด้วยรูปปั้นเป็นระยะๆ ถัดไปจึงจะเป็นสวน Jardin des Tuileries

ตามประวัติสวนนี้เกิดจากพระดําริของพระนาง Catherine de Midici ที่อยากให้สร้างพระราชวัง Tuileries พร้อมกับการจัดแต่งสวนแบบอังกฤษ ซึ่งต่อมาในปี ค.ศ. 1663 Le Notre (คนเดียวกับที่ ออกแบบถนน Avenue des Champs Elysees และพระราชวัง Chateau de Versailles) ได้ออกแบบใหม่ แต่น่าเสียดายที่ถูกทิ้งร้างไว้หลายปี เนื่องจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ย้ายออกไปอยู่ที่พระราชวัง Chateau de Versailles จนถึงช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส สวนแห่งนี้จึงกลับมามีบทบาทอีกครั้งในฐานะที่เป็นบริเวณกักขังพระราชวงศ์ก่อนถูกนําไปประหารชีวิตที่บริเวณลานด้านหน้า (ปัจจุบันคือ Place de la Concorde) ช่วงที่รัฐบาลฝรั่งเศสเริ่มบูรณะพิพิธภัณฑ์ Musée du Lourve สวนนี้จึงได้รับการดูแลอีกครั้งซึ่งยังคงไว้ตามแนวการออกแบบ เดิมทุกอย่าง

สิ่งที่น่าสนใจ

  • ชมสวนและพักผ่อนริมบ่อน้ำ

ก้าวแรกที่คุณย่างเข้าอาณาเขตของสวนจะเป็นทางเดินที่อยู่ในระดับสูง มองออกไปจะเป็น Place de la Concorde และประตูชัย Arc de Triomphe จากนั้น จะนําคุณลงสู่สวนระดับล่างที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้หลากชนิด เบื้องหน้าเป็นทางเดินไปยังบ่อน้ำพุทรงสิบเหลี่ยม ตลอดสองข้างทางมีต้นไม้ใหญ่สลับกับรูปปั้นสูงใหญ่สไตล์โรมันเป็นระยะๆ และมีสนามหญ้าเขียวขจีตลอดทาง ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาที่นี่เรารู้สึกได้ถึงความสงบร่มรื่น จนแทบไม่เชื่อว่านี่คือสวนใจกลางกรุงปารีส

  • สวนสนุกกลางแจ้ง

– ตั๋วสําหรับเล่นสกายจัมป์ ราคา 600 บาท/คน ถ้าให้อัดวิดีโอจ่ายเพิ่มอีก 300 บาท

ช่วงฤดูร้อนราวเดือนกรกฎาคม ภายในสวนแห่งนี้จะเปลี่ยนโฉมเป็นลานสวนสนุกทันที มีเครื่องเล่นนานาชนิดตั้งแต่ปาเป้า ยิงปืน แทมเบอรีนยักษ์ บ้านมหาสนุกที่มีพื้นขยับได้ ล่องแก่งขนาดย่อม ชิงช้า สวรรค์ขนาดใหญ่ ทีเร็กซ์ (ที่นั่งวงกลมใหญ่ซึ่งหมุนและเอียงได้) และที่เราว่าเป็นไฮไลต์ก็คือ “สกายจัมป์” เป็นเครื่องเล่นที่ประกอบด้วยเสาคู่สูงราวตึกห้าชั้น ระหว่างเสาจะมีกระเช้าสองที่นั่งทรงกลมที่เป็นเพียงโครงเหล็ก มีเข็มขัดนิรภัยให้คาดลอดหว่างขามารัดที่หัวไหล่และอก ด้านข้างของกระเช้ามีเชือกสลิงแบบบันจี้จัมป์ (แต่หนากว่า) ยึดกับปลายสูงสุดของเสา ให้คนสองคนเข้าไปนั่งในกระเป๋าที่ถูกยึดติดไว้ที่ฐาน จากนั้นนับถอยหลังดีดตัวขึ้นสู่ฟากฟ้า ความยืดหยุ่นของเชือกทําให้กระเช้าหมุนคว้างกลางอากาศหลายรอบอยู่ประมาณ 10 นาที

  • พิพิธภัณฑ์ Musee National de IOrangerie

– เปิดเวลา 09.45-17.15 น. ปิดวันอังคารและวันหยุดราชการ

อยู่บริเวณส่วนหน้าของสวน Jardin des Tuileries ริมแม่น้ำ Seine พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่จัดแสดงผลงานศิลปะแบบ impressionism ของศิลปินหลายคน ทั้ง Cezanne, Matisse, Renoir, Monet ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดวางงานศิลปะได้เข้ากับบรรยากาศจริงๆ อย่างงานของ Monet แต่ละชิ้นจะมีแสงไฟสาดส่องให้เกิดอารมณ์หลากหลาย ซึ่งแตกต่างจากการเดินชมพิพิธภัณฑ์ทั่วไป

Place de la Concorde

– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 1 ลงที่สถานี Concorde หรือนั่งเมโทรสาย 8 และสาย 12 ลงที่สถานีนี้ก็ได้

เมื่อเราเดินขึ้นบันไดทางออกของเมโทรตรงช่องที่เขียนว่า Place de la Concorde ก็จะพบลานโล่งที่มีเสาแท่งเหลี่ยมสูงตระหง่านอยู่ตรงหน้า แล้วยังมีน้ำพุใหญ่พร้อมรูปปั้นยืนประดับประดาช่วยให้ลานกว้างแห่งนี้ดูสวยงามไม่มีที่ติ มีคนเคยบอกว่าในยามค่ำคืน บรรดาแสงไฟที่ สาดส่องจะเนรมิตให้ที่นี่ดูเหมือนฉากหนึ่งในเทพนิยายทีเดียว ที่จริงในปารีสยังมีสถานที่น่าอภิรมย์ยามค่ำคืนอีกหลายแห่ง อย่างประตูชัย Arc de Triomphe บนถนน Avenue des Champs Elysees, หอ Eifel หรือโบสถ์ Sacr6-Ceur บน Montmartre สถานที่พวกนี้มัก ถูกสร้างสรรค์ให้ดึงดูดสายตาด้วยแสงไฟที่สาดส่องทั่วบริเวณ

Place de la Concorde มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานตั้งแต่สมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 จัตุรัสแห่งนี้ถูกสร้างเป็นเส้นทางเดินทางของพระองค์ในช่วงปี ค.ศ. 1755-1775 ด้วยฝีมือของ Jacques-Ange Gabriel ตรงกลางจะมีรูปปั้นทรงม้าของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ที่ออกแบบ โดย Bouchardon และ Pigalle ตั้งอยู่ โอบล้อมด้วยรูปปั้นที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองต่างๆ แปดเมือง ในปี ค.ศ. 1770 พื้นที่แห่งนี้ถูก ใช้เป็นสถานที่ฉลองพิธีอภิเษกสมรสของมกุฎราชกุมาร (ต่อมาคือ พระเจ้าหลุยส์ที่ 16) กับพระนางมารีอองตัวเนต ในครั้งนั้นมีลางร้าย เกิดขึ้นเมื่ออัฒจันทร์ของประชาชนที่มาเฝ้าชมได้พังลงทําให้มีผู้เสียชีวิต ถึง 133 คน

ต่อมาในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศสมีการล้มล้างราชวงศ์ Bourbon ฝ่ายล้มล้างบุกเข้าทําลายรูปปั้นทรงม้าของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 แล้วปรับ สภาพพื้นที่เป็นลานกว้างเพื่อใช้เป็นลานประหารชีวิตด้วยกิโยตีน ประเดิม การประหารในปี ค.ศ. 1793 โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารี อองตัวเนต และมีคนถูกประหารบนลานแห่งนี้เรื่อยมาถึง 2,600 คน จวบจนปี ค.ศ. 1794 ผู้นํารัฐประหารนาม Robespierre ซึ่งใช้กฎเหล็ก ในการปกครองประเทศมาโดยตลอดก็ถูกประหารชีวิตบนลานแห่งนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งชาวฝรั่งเศสถือว่าเป็นวาระสุดท้ายของโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของชาติ

ต่อมาในปี ค.ศ. 1795 สถานที่แห่งนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนและตั้งชื่อใหม่ว่า Place de la Concorde มีความหมายว่า สถานที่แห่งความสมานฉันท์ ที่จงใจเรียกแบบนี้ก็เพื่อลบล้างภาพเดิมๆที่เกิดขึ้น จน ปี ค.ศ. 1836-1846 สถาปนิกนาม Jacques Hittorf ได้ทําการปรับโฉม สถานที่นี้ใหม่ โดยเพิ่มน้ำพุอันสวยงาม ประดับสองข้างด้วยรูปปั้นของนางเงือกและปลา รวมถึงนําเสา Obelisk ของอียิปต์มาตั้ง ทําให้ภาพ ของ Place de la Concorde ดูสงบร่มเย็นต่างจากวันอันแสนหฤโหดในยุคปฏิวัติฝรั่งเศส

สิ่งน่าสนใจ

  • เสาหิน Obelisk

เสาหินทรงเหลี่ยมที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางลานแห่งนี้เป็นเสาหินสลักโบราณที่เคยตั้งอยู่หน้าวิหารในเมืองลักซอร์ (Luxor) ประเทศอียิปต์ เสา Obelisk สูงถึง 32 เมตร ทําจากหินแกรนิตที่มีอายุ กว่า 3,000 ปีในยุคของฟาโรห์ Ramses ที่ 2 มีอักษรอียิปต์โบราณแกะสลักไว้รอบเสา และเหตุที่มาปรากฏโฉมอยู่ ณ ที่นี้ เนื่องจาก Muhammed Ali ซึ่งดํารงตําแหน่ง เป็น Ottoman Governor ของอียิปต์ได้มอบให้แก่ ฝรั่งเศส แล้วนํามาตั้งไว้ที่นี่เมื่อปี ค.ศ. 1836

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet

Ausée du LouvrePyramid แหล่งรวมศิลปะชั้นยอด แห่งเมืองปารีส

museum

  • พิพิธภัณฑ์ Ausée du LouvrePyramid

– เปิดเวลา 09.00-18.00 น. ยกเว้นวันจันทร์และวันพุธเปิดเวลา 09.00-21.45 น. ถ้าเป็นวัน อาทิตย์แรกของเดือน ชมฟรี พิพิธภัณฑ์ปิดทุกวันอังคาร
– เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ชมฟรี
– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 1 ลงที่สถานี Louvre Rivoli หรือ Palais Royal ออกทาง Musée du Louvre หรือนั่งเมโทรสาย 7 ก็ได้
Continue reading “Ausée du LouvrePyramid แหล่งรวมศิลปะชั้นยอด แห่งเมืองปารีส”

เที่ยวชม ประตูชัย Arc de Triomphe ศิลปะล้ำค่าแห่งเมืองปารีส

arc-de-triomphe

-กลิ่นอายประวัติศาสตร์-

รถไฟสาย 1 เป็นเส้นที่ผ่านเมืองปารีสจากตะวันตกไปตะวันออก จากเมือง ใหม่ La Defense เข้าประตูชัย Arc de Triomphe บนถนน Avenue des Champs-Elysees ผ่านเข้าพิพิธภัณฑ์ Musee du Louvre จนไปสุดที่ปราสาท Chateau de Vincennes Continue reading “เที่ยวชม ประตูชัย Arc de Triomphe ศิลปะล้ำค่าแห่งเมืองปารีส”