Ausée du LouvrePyramid แหล่งรวมศิลปะชั้นยอด แห่งเมืองปารีส

museum

  • พิพิธภัณฑ์ Ausée du LouvrePyramid

– เปิดเวลา 09.00-18.00 น. ยกเว้นวันจันทร์และวันพุธเปิดเวลา 09.00-21.45 น. ถ้าเป็นวัน อาทิตย์แรกของเดือน ชมฟรี พิพิธภัณฑ์ปิดทุกวันอังคาร
– เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ชมฟรี
– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 1 ลงที่สถานี Louvre Rivoli หรือ Palais Royal ออกทาง Musée du Louvre หรือนั่งเมโทรสาย 7 ก็ได้

พิพิธภัณฑ์ Musée du Louvre เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะขนาดใหญ่ตั้ง อยู่ในพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อเดินผ่านประตูกําแพงด้านหน้าของพระราชวังแล้ว จะเห็นความโอ่อ่าอลังการของพระราชวัง Palais du Louvre และพิพิธภัณฑ์ Musée du Louvre ก็ต้อนรับเราด้วยพีระมิด แก้วขนาดใหญ่ ส่วนถนนเล็กๆ ที่ตัดผ่านหน้าพระราชวังนั้นเป็นทาง รถยนต์ ดังนั้นจึงควรระวังรถยนต์ที่แล่นผ่านไปด้วย

จากพีระมิดแก้วทางด้านหน้าพระราชวังที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1989 โดย leoh Ming Pei สถาปนิกชาวจีนที่เติบโตในนิวยอร์กเป็นผู้ ออกแบบ เพื่อใช้เป็นประตูทางเข้าหลักสู่พิพิธภัณฑ์ เนื่องจากการเดินชมพิพิธภัณฑ์ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง ขอแนะว่าควรหารองเท้าสบายๆ ใส่ และควรมีจุดมุ่งหมายในการชมว่าต้องการชมอะไรก่อนและหลัง โดยดูจากแผนผังที่เขาแจก เพราะถ้าเดินชมตามห้องต่างๆ โดยรอบทั้งสี่ชั้นแบบ “เรื่อยเปื่อย” คุณจะต้องเดินไม่ต่ำกว่า 32 กิโลเมตร

museum

งานศิลปะ ของสะสมของกษัตริย์ฝรั่งเศส

ภาพวาดที่สะสมอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Musée du Louvre ส่วนใหญ่เป็นของสะสมของกษัตริย์ฝรั่งเศสโดยเฉพาะพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้กว้านซื้อรูปภาพจากที่ต่างๆ และนับเป็นโชคดีที่พระองค์ซื้อภาพสะสมของพระเจ้า ชาร์ลที่ 1 ของอังกฤษไว้ ตอนนั้นในพระราชวังจึงมีภาพมากถึง 2,000 ภาพ ส่วนพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ไม่ได้เป็นนักสะสมที่ดี พอถึงยุคของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 พระองค์ได้นําภาพสะสมของทางพระราชวังออกแสดงที่พระราชวัง Palais du Luxembourg ให้สาธารณชนชม และมีโครงการจะนําภาพเหล่านี้จัดแสดงที่ พิพิธภัณฑ์ Musée du Louvre แต่โครงการนี้ยังไม่ทันสําเร็จก็เกิดการปฏิวัติฝรั่งเศสล้มล้างราชวงศ์ โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอองตัวเนต พระชายาและลูกถูกประหารด้วยกิโยตีน เมื่อการปฏิวัติฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1792 สําเร็จลง พิพิธภัณฑ์ Musée du Louvre จึงเปิดขึ้นในปีถัดมา

พอถึงยุคของนโปเลียนที่ 1 ซึ่งสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นกษัตริย์และรบชนะศึกรอบด้าน ก็นําศิลปะจากทั้งเบลเยียม ฮอลแลนด์ เยอรมนี ออสเตรีย และ อิตาลี เข้ามาสะสมเพิ่มอีกมากมาย พร้อมกับเปิดห้องของโบราณจากอียิปต์ กรีก และโรมันขึ้น ในยุคนั้นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ชื่อว่าพิพิธภัณฑ์นโปเลียน แต่ก็เป็นเพียงช่วงสั้นๆ จนถึงปี ค.ศ. 1815 เมื่อสิ้นยุคของนโปเลียนที่ 1 โบราณวัตถุและศิลปะประมาณ 5,000 ชิ้นถูกส่งคืนให้แก่เจ้าของเดิม ซึ่งในบรรดาของนับพันชิ้นที่เหลืออยู่ ฝรั่งเศสมีบุญเหลือเกินที่ได้ทําสนธิสัญญาแลกเปลี่ยนงานศิลปะเอาไว้จึงไม่ต้องคืนงานไปยังประเทศบ้านเกิด และงานที่มีอยู่ในปัจจุบันจะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของชาติ กษัตริย์ราชวงศ์ฝรั่งเศส และความเป็นมาของพระราชวัง

สิ่งน่าสนใจ

ทั้งสี่ชั้นของพิพิธภัณฑ์มีสิ่งน่าสนใจจากอารยธรรมต่างๆของโลก ไม่ว่าจะเป็นวัตถุทางศิลปะ ของโบราณสมัยอียิปต์ กรีกและโรมัน รูป ในยุคต่างๆ ภาพวาดของประเทศต่างๆ งานพิมพ์และงานแกะสลัก เรา เริ่มเดินดูรูปปั้นสมัยกรีกและโรมันก่อน แล้วก็นึกสงสัยว่าทําไมรูปปั้น เหล่านี้ถึงมาอยู่ที่นี่มากมายนัก อาจเป็นเพราะชัยชนะของสงครามใน ยุคต่างๆ ของฝรั่งเศสรวมถึงการออกล่าอาณานิคมที่ทําให้ฝรั่งเศสมี ของสะสมมากมายขนาดนี้

  • รูปปั้น Venus de Milo

รูปปั้นเก่าแก่ประมาณศตวรรษ ที่ 2 ก่อนคริสต์ศักราช (ราวพุทธศักราชที่ 300-400) ซึ่งค้นพบเมื่อ ปี ค.ศ. 1820 โดยชาวบ้านบนเกาะมิโลใน Cycludes รูปปั้นนี้เป็นตัวแทนความงามของผู้หญิงกรีกสมัยโบราณ

  • รูปปั้นกรีก Winged Victory of Samothrace หรือ Nike of Samothrace

เป็นรูปปั้นที่เราชอบมากที่สุดคือ ลักษณะเป็นผู้หญิงยืนแอ่นอกกางแขนผายไปข้างหลัง ความงดงามที่ ทําให้เราหลงใหลคือการแกะส่วนเสื้อผ้าที่ดูแนบไปกับเรือนร่างจนทําให้ รู้สึกพลิ้วเหมือนเป็นผ้าจริงๆ มีความสูงถึง 2.75 เมตร ทําจากหินอ่อน เหมือนรูปปั้น Venus de Milo แต่ใช้ประดับที่หัวเรือรบโดยเชื่อว่าเป็น สัญลักษณ์ที่นําชัยชนะมาให้ ความเก่าแก่ของรูปปั้นก็ไล่เลี่ยกับรูปปั้นVenus de Milo น่าเสียดายที่ส่วนศีรษะหลุดหายไป ไม่อย่างงั้นเราคงได้เห็นว่าจะเหมือนภาพนางเอก Titanic ตอนยืนอยู่ที่หัวเรือให้ลมพัดบ้างหรือไม่

  • ภาพ Monalisa

ตรงบริเวณนี้ผู้คนจะเบียดดูภาพนี้อย่างแออัด ทั้งๆที่ภาพนั้นไม่ได้มีขนาดใหญ่เลย กว่าเราจะได้ชมก็ต้องยืนรอนานพอสมควร อย่างที่รู้กันว่าภาพนี้วาดโดยศิลปินชาวอิตาลี Leonardo da Vinci เป็นภาพของหญิงสาวที่ยิ้มน้อยๆ สะท้อนให้เห็นความละมุนละไมและความสุภาพ และเพื่อให้บรรยากาศของภาพมีความละมุนละไมมากขึ้น Leonard๐ จึงใช้เทคนิค sfumato คือให้สิ่งที่ วาดค่อยๆเลือนจากด้านหน้าจนถึงพื้นหลัง ภาพที่ปรากฏจะไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นภาพในช่วงเช้า กลางวัน หรือเย็น แต่จะมีการให้แสงเงาอย่างต่อเนื่องจากสิ่งที่เด่นสุดคือใบหน้าและลําคอให้สว่างมากที่สุดและค่อยๆ สว่างน้อยลงในส่วนต่างๆตามลําดับ ภาพนี้จึงมีค่าจนเป็นที่หมายปองของผู้คนในยุคนั้น

ในที่สุด Leonardo ได้ขายภาพนี้ให้แก่พระเจ้า Francois ที่ 1 ภาพ Monalisa จึงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Musée du Louvre ตั้งแต่ คริสต์ศตวรรษที่ 16 กระทั่งปี ค.ศ. 1793 หลังการปฏิวัติได้เปิด พิพิธภัณฑ์ Musée du Louvre อย่างเป็นทางการขึ้น ขณะนั้นภายใน พิพิธภัณฑ์เต็มไปด้วยผลงานศิลปะอันล้ําค่า จนเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1911 ชาวอิตาเลี่ยนนาม Vincenzo Peruggia มาขโมยภาพMonalisaไป โดยอ้างว่าต้องการให้เธอได้กลับไปอยู่ในดินแดนบ้านเกิด ซึ่งทางรัฐบาลฝรั่งเศสใช้เวลาติดตามสืบหาจากผู้ต้องสงสัยหลายๆคน ถึง 2 ปีกว่าจะได้ภาพนี้กลับมาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์นี้อีกครั้ง ทุกวันนี้ภาพ Monalisa ก็ยังเป็นภาพวาดล้ำค่า (ทั้งศิลปะของภาพและประวัติของภาพ) ที่ประดับอยู่บนผนังของพิพิธภัณฑ์

  • งานศิลปะล้ำค่า

ภาพวาดที่สะสมอยู่ในพิพิธภัณฑ์เป็น ภาพก่อนยุคศิลปะแบบ impressionism และส่วนใหญ่เป็นของสะสมของ กษัตริย์ฝรั่งเศสตั้งแต่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จนถึงยุคของนโปเลียน ที่ 1 ส่วนมากเป็นภาพที่สื่อถึงศาสนา สงคราม กษัตริย์ และเชื้อ พระวงศ์

ส่วนศิลปะงดงามแบบ impressionism ฝีมือ Monet, Van Gogh, Renoir ฯลฯ นั้นไปอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Musée d’Orsay ซึ่งตั้งอยู่ริม ฝั่งแม่น้ํา Seine ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์ Musée du Louvre นี้เอง คุณ สามารถเดินข้ามไปได้ แต่เราอยากให้สงวนพลังงานเอาไว้ก่อน เพราะแค่ เดินในพิพิธภัณฑ์นี้ก็นับสิบกิโลเมตรแล้ว เอาไว้ไปนั่งเมโทรสายอื่นแล้ว ค่อยแวะวันรุ่งขึ้นก็ยังไม่สาย อีกอย่างการเร่งดูพิพิธภัณฑ์ใหญ่ๆ สอง สามที่ในวันเดียวนั้นก็เหมือนการดูหนังสองสามเรื่องติดกัน คุณจะไม่ได้ ความประทับใจในชิ้นงานศิลปะเท่าที่ควร

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet