ทริปเที่ยวปารีส ถนน Rue Royale จนถึงโบสถ์ Madeleine

 

-ถนน Rue Royale จนถึงโบสถ์ Madeleine-

– โบสถ์เปิดวันจันทร์-เสาร์ เวลา 07.00-19.00 น. วันอาทิตย์เปิดเวลา 08.00-13.30 น. และ 15.30-19.00 น.
– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 1 ลงที่สถานี Concorde หรือเมโทรสาย 8 และ 12 ลง สถานีนี้ได้ แต่หากต้องการลงบริเวณโบสถ์ Madeleine แล้วเดินลงมาก็นั่งเมโทรสาย 8, 12, 14 ลงสถานี Madeleine

เมื่อลงที่สถานี Concorde แล้วเดินออกทางช่อง Rue Royale จากนั้น เดินมาทางซ้ายก็จะเจอถนน Rue Royale แรกเริ่มนั้นเราไม่รู้เลยว่า ถนนสายนี้เป็นที่ตั้งของร้านค้าแบรนด์ต่างๆ เราแค่อยากมาดูร้าน Maxim’s de Paris อย่างเดียว

ที่เราอยากมาดูร้าน Maxim’s เป็นนักหนานั้น เพราะร้านนี้เป็น ของ Pierre Cardin นักออกแบบชื่อดัง และยังเป็นสัญลักษณ์ของ ศิลปะแบบอาร์ตนูโวที่เกิดขึ้นในช่วง ค.ศ. 1900 โดยศิลปินอย่าง Hector Guimard นอกจากร้านนี้แล้ว เมโทรที่เราใช้เดินทางอยู่ก็ถือว่าเป็นศิลปะแบบอาร์ตนูโวเหมือนกัน

สิ่งน่าสนใจ

  • ร้าน Maxim’s de Paris

ตั้งอยู่เลขที่ 3 ถนน Rue Royale เปิดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1852 (ขนาดร้านอาหารก็อายุตั้ง 150 ปี แล้ว) ภายในร้านมีสินค้าต่างๆ อย่างช็อกโกแลต สินค้าพวก Gourmet ตลอดจนเทป ซีดีของ Maxim’ s วางขายด้วย (ทีแรกเราเจอกล่อง ช็อกโกแลตยี่ห้อ Maxim’s วางขายอยู่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ก็ไม่เข้าใจว่า ยี่ห้อนี้เป็นของใคร จนมาถึงที่นี่ถึงได้ร้อง “อ๋อ” เพราะ Pierre Cardin ก็ทําช็อกโกแลตขายเหมือนกัน) ในยามเช้าจะเห็นผู้คนทั่วไป มานั่งดื่มกาแฟ สนนราคาก็ตามมาตรฐานของราคากาแฟในร้านอาหาร ปารีส ยามค่ำคืนนักร้องระดับ มิค แจ็คเกอร์ และเจ้าหญิงแคโรไลน์แห่ง โมนาโกก็เป็นแขกประจําที่นี่ด้วย

ความเป็นมา

เมื่อคราวเปิดร้านครั้งแรกร้านนี้ไม่ได้ใช้ชื่อว่า Maxim’s และเป็นเพียงร้านขายเครื่องดื่มและไอศกรีมเท่านั้น อีกไม่กี่ปีต่อมา Maxime Gallard ได้ไปเช่าร้านนี้และ ทําเป็นร้านอาหารโดยใช้ชื่อว่า Maxim’s & George’s de Paris ซึ่งก็เป็นที่นัดพบของคนขับรถม้าเท่านั้น จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1893 Irma de Montiany กับ Antoine de Contades ได้หลงเข้าไปใน Maxim’s เนื่องจากเดิน มาตลอดถนน Rue Royale ก็ยังหารถไม่ได้ จึงเข้าไปพักที่นั่น ความมีสีสันและการต้อนรับอย่างดีของ Maxime ทําให้คนทั้งสองชื่นชมสถานที่นี้ และแวะมาอีกพร้อมผู้คนในวงการแฟชั่นชั้นนํา ทําให้ Maxim’s เป็นสถานที่ชุมนุมของผู้คนในวงการแฟชั่นตั้งแต่นั้นมา ในปี ค.ศ. 1900 Maxim’s ได้เปลี่ยนรูปแบบเป็นร้านสไตล์อาร์ตนูโวซึ่งกําลังได้รับความนิยมขณะนั้น โดยตกแต่งตามมาตรฐานอาร์ตนูโวของ Emile Gcle ผู้บริหารของ Nancy School of Art Nouveau ด้วยเหตุนี้กระจกสีที่ตกแต่งผนังของห้องด้านหลังจึงได้รับพิจารณาให้เป็นชิ้นส่วนของพิพิธภัณฑ์ด้วย

Pierre Cardin เป็นเจ้าของ Maxim’s ในปี ค.ศ. 1981 ด้วยต้องการรักษา กทางวัฒนธรรมอันมีค่านี้ไว้ ทุกวันนี้ Maxim’s ก็ยังคงเปิดบริการอยู่

  • โบสถ์ Eglise de la Madeleine

สิ่งที่ทําให้โบสถ์ แห่งนี้ดูเด่นกว่าโบสถ์อื่นๆ คงเป็นเสากรีกโบราณแบบคอรินเทียนที่มีอยู่ 52 ต้น ตั้งอยู่รอบโบสถ์ ประวัติของโบสถ์นี้ไม่ค่อยชัดเจนนัก เท่าที่ทราบดูเหมือนจะสร้างๆหยุดๆ เพราะเริ่มสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1764 แต่มีเรื่องให้ต้องหยุดสร้าง จนปี ค.ศ. 1777 ก็สร้างต่ออีก แต่ยังไม่ทันเสร็จเพราะเกิดการปฏิวัติในฝรั่งเศส จนถึงสมัยนโปเลียนที่ 1 ได้ มอบหมายให้ Vignon ลงมือโดยหวังให้สถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นนี้ เหมือนวิหารของกรีกและให้ชื่อว่า Temple of Glory แต่พอหมดยุค นโปเลียนที่ 1 ในปี ค.ศ. 1815 ราชวงศ์ Bourbon ก็ทําให้ Madeleine กลับไปเป็นโบสถ์เหมือนเดิม ทั้งๆที่ภายนอกเต็มไปด้วยความหรูหรา แบบกรีกแต่ภายในกลับตกแต่งแบบบาโรกยุคศตวรรษที่ 17 ที่เน้นสไตล์ หรูหราจนเป็นคนละเรื่องเดียวกัน

  •  ชมร้านค้าแบรนด์ดัง พื้นที่บริเวณหน้าโบสถ์ Madeleine

นับว่าเป็นที่ตั้งของร้านค้าชื่อดังทั้งหลายอย่างบรรดาห้องเสื้อชั้นนํา อาทิ Gucci ถ้าคุณอยาก “อิ่มตา” มากกว่านี้ ขอแนะนําให้เดินไปตามถนน Rue du Faubourg Saint-Honoré ที่ตัดกับถนน Rue Royale ตรง ที่มีบูติกของ L’ORÉAL ตั้งอยู่ตลอดทางเดินทั้งซ้ายขวาของถนน Rue du Faubourg Saint-Honore เต็มไปด้วยร้านของห้องเสื้อและสินค้าชั้นนํา

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet