เที่ยวชมความสวยงามและประวัติศาสตร์เมืองอูลานบาตาร์

อูลานบาตาร์

– เจดีย์ขาว –

บริเวณหน้าวัดกานดานจะพบเจดีย์สีขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวัดพุทธในสมัยก่อน ส่วนของสถูปเจดีย์จะเก็บบรรจุพระธาตุของพระพุทธเจ้า ส่วนในทิเบตเจดีย์ในพระราชวังโปตาลาจะเก็บร่างขององค์ดาไลลามะ แต่ในสมัยต่อมาจะนิยมบรรจุคัมภีร์เครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ ส่วนของยอดเจดีย์จะมีสัญลักษณ์บนสุดรูปอัญมณีแทนการตรัสรู้ พระอาทิตย์แทนปัญญา พระจันทร์แทนคุณธรรมความเมตตา รองรับด้วยฐานที่มีลักษณะลวดลายของดอกบัว อยู่บนยอดทรงโคน 13 ชั้น แสดงถึงระดับขั้นในการบรรลุปัญญาญาณของพระโพธิสัตว์

The Gandan Library

หรือห้องเก็บพระคัมภีร์ มีประตูทางเข้าอยู่ทางขวามือ หลังจากเดินผ่านประตูทางเข้าหลักของวิหารกานแดนมาแล้วเป็นอาคารสีอิฐ 3 หลังอยู่ด้านนอกของกําแพงสีเหลืองเข้ม เป็นที่จัดเก็บคัมภีร์พุทธศาสนาที่คัดลอกโดยพระลามะ พระทิเบตและนักบวชอินเดียคัมภีร์ ถูกเขียนในภาษามองโกเลียโบราณอักษร Soyombo ภาษาทิเบต และภาษาสันสกฤต ปัจจุบันมีโครงการร่วมมือระหว่างองค์การ UNESCO-Beijing ในการให้เงินทุนเพื่ออนุรักษ์ การจัดเก็บในรูปแบบดิจิทัลแทน (ในงาน TEDxUlaanbaatar มีพระลามะที่เป็นพระเลขา ได้นําภาพคัมภีร์โบราณที่เก็บไว้มาเผยแพร่ให้ชมทางเว็บ) แต่ปัจจุบันไม่ได้เปิดให้เข้าชมภายในห้องสมุด

ในบริเวณนี้ค่อนข้างเงียบสงบ นักท่องเที่ยวมีน้อยมาก อาคารส่วนใหญ่ไม่ได้เปิดให้เข้าชมด้านใน จึงได้แต่มองสํารวจจากภายนอกรอบๆแทนทั้งตัวอาคารและรูปปั้นมีลักษณะ เก่าแก่ผ่านกาลเวลามายาวนาน แม้กระทั่งกงล้อมนต์ลวดลายทั้งหลายส่วนใหญ่ก็ลบเลือนไปมากแล้ว  

  • กงล้อมนต์ (prayer wheel)

“โอม มณี ปัทเม ฮุม” คือบทสวดมนต์สั้นๆเวลาหมุนกงล้อมนต์ มีความหมายว่า “ขอ อัญเชิญพระธรรมอันล้ำค่าดุจมณีมาสถิตในหัวใจอันบริสุทธิ์ดังดอกบัวของเรา”

กงล้อมนต์มีลักษณะเป็นแท่นทรงกระบอกมีแกนยึดอยู่สามารถหมุนได้รอบมีตั้งแต่ขนาดมือจับถือได้ใช้เหวี่ยงหมุนเอาหรือขนาดใหญ่ที่เรียงรายรอบวัดกงล้อมนต์ทําจากโลหะ แผ่นไม้ หินหรือหนังสัตว์จะมีการจารึกบทสวดมนต์ภาษาสันสกฤตไว้ด้านนอก บ้างก็ใส่บทสวดมนต์ไปในกระบอกกงล้อ การหมุนแต่ละหนจึงเสมือนการการสวดมนต์หลายพันบทหลายพันครั้งไปด้วยพร้อมกัน

อูลานบาตาร์

8 สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของกงล้อมนต์

ที่ใช้ในศาสนาพุทธทิเบตและฮินดูมีชื่อเรียกว่าอัชมัน กาลา (ashtamangala) ซึ่งจะพบในวัดพุทธทิเบตทั่วทั้ง มองโกเลีย ประกอบด้วยลวดลายทั้ง 8 สิ่ง ได้แก่

  • ร่ม หมายถึง การป้องกันจากภยันตรายและความเจ็บป่วย
  • ปลาคู่ หมายถึง อิสระ ความอุดมสมบูรณ์
  • หอยสังข์ หมายถึง เสียงพระธรรม
  • แจกัน หมายถึง สุขภาพดี ปัญญา ความร่ํารวย
  • ดอกบัว หมายถึง การตรัสรู้ •
  • เงื่อนสัญลักษณ์แห่งนิรันดร หมายถึง ความเป็นนิรันดร์
  • ธงแห่งชัยชนะ หมายถึง ชัยชนะต่ออุปสรรคในการตรัสรู้
  • กงล้อธรรมจักร หมายถึง กงล้อแห่งธรรมะ

จัตุรัสชุดบาตาร์ Sukhbaatar Square

จัตุรัสชุคบาตาร์หรือจัตุรัสเจงกิสข่าน (Chengis Khan Square) จัตุรัสขนาดใหญ่อยู่ ใจกลางเมืองอูลานบาตาร์ ตรงกลางเป็นอนุสาวรีย์แดมดิน ชุคบาตาร์ (Damdin Sukhbaatar) ผู้นําในการประกาศอิสรภาพจากจีน ตัวอนุสาวรีย์รูปปั้นทําจากโลหะสัมฤทธิ์โดย ท่วงท่าชุคบาตาร์กําลังขี่ม้า โดยรอบๆ จัตุรัสจะมีอาคารก่อสร้างขนาดใหญ่ในสไตล์ยุค สหภาพโซเวียตเรียงรายทั้ง 3 ด้าน อาคารทางทิศตะวันออก คือ โรงละครโอเปร่าและบัลเลต์ (State Opera& Ballet Theatre) ตัวอาคารสีชมพูอ่อน ส่วนทางทิศตะวันตก คือ อาคาร ตลาดหลักทรัพย์มองโกเลีย (Mongolian Stock Exchange) ถ้าเดินข้ามถนนมาทางทิศใต้ของ จัตุรัสจะเจออนุสาวรีย์ของ SZorig ผู้นําขบวนประท้วงในการล้มล้างระบอบคอมมิวนิสต์

ทางด้านเหนือคืออาคารรัฐสภา (Parliament House) ที่ทําจากหินอ่อน สร้างเสร็จใน ปี ค.ศ. 2006 เพื่อฉลองครบรอบ 800 ปี ขึ้นครองราชย์ของเจงกิสข่าน ตรงกลางของอาคารมีรูปปั้นของเจงกิสข่านที่มีขนาดใหญ่โตมากนั่งบนบังลังก์อย่างน่าเกรงขาม ส่วนรูปปั้นขนาบ ข้างทั้ง 2 ฝั่ง เป็นลูกชายและหลานของเจงกิสข่าน ทางทิศตะวันตก คือ โอกไต (Ogece) แดกชายคนที่ 3) ส่วนทางทิศตะวันออก คือ กุบไลข่าน (Kublai) (หลานของเจงกิลข่าน) และรูปปั้นทหารขี่ม้าทางด้านหน้าของอาคารเป็นทหารมองโกลของเจงกิสข่านทีมช่องต่อ คือ Boruchน และ Mukhlai

ในบริเวณจัตุรัสนี้สิ่งที่ดูน่าเกรงขามที่สุดยามที่ก้าวเดินเข้ามา ก็คือรูปปั้นของท่านเจงกิสข่านที่ใหญ่มากจริงๆ สมกับที่ท่านทําให้จักรวรรดิมองโกเลีย เกรียงไกร ยกทัพแผ่ขยายอาณาเขตอย่างกว้างขวาง และเป็นที่เคารพของชาวมองโกล 

อูลานบาตาร์

กุบไลข่าน (ค.ศ.1215-1294)

หรือจักรพรรดิซื่อจูหวาง เป็นทั้งข่านแห่งจักรวรรดิ มองโกลและจักรพรรดิแห่ง ราชวงศ์หยวน (ค.ศ.1279) กุบไลข่านเป็นหลานของ เจงกิสข่าน มีพระปรีชา สามารถเก่งกาจในการรบ สามารถเอาชนะราชวงศ์ซ่ง และยึดเมืองปักกิ่งได้สําเร็จ เป็นยุคที่รุ่งเรืองอีกยุคของ จักรวรรดิมองโกล

แดมดิน ชุคบาตาร์ (Damdin Sukhbaatar)

สมญานาม “บิดาแห่งการปฏิวัติมองโกเลีย ค.ศ.1921” ในปี ค.ศ. 1919 นายพล Xu Shuzheng แห่งกองทัพจีนได้บีบบังคับให้ บอจัด์ ข่าน (Bogd Khan-กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์มองโกล) เซ็นสัญญายอมรับว่าอยู่ภายใต้การปกครองเป็นส่วนหนึ่งของจีน ในช่วงนั้นเองได้มีการจัดตั้งสมาคมลับขึ้นมาในมองโกเลียเพื่อ

วิธีในการต่อต้านจีน ชุคบาตาร์เองก็เป็นสมาชิกในกลุ่มลับนี้ ซึ่งบอจด์ ข่านได้เขียนจดหมายไปขอการสนับสนุนจากสหภาพ โซเวียต โดยให้ชุคบาตาร์น้ําจดหมายไปมอบให้ ยุคบาตาร์ได้ซ่อนจดหมายในด้ามจับแส์ แต่กลับถูกทางการจีนจบใดในระหว่างผ่านด่าน ทางสหภาพโซเวียตจึงส่งกองกําลังทหารเข้ามา ช่วยยึดเมือง Nislel Khunree (ชื่อเก่าของเมืองหลวงมองโกเลีย) จากจีนจนสําเร็จ และชุคบาตาร ยังเป็นผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนมองโกเลียมีบทบาทในฐานะผู้นํากองทัพประชาชนในการประกาศอิสรภาพจากจีน และจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวขึ้นมา ส่วนอํานาจของบอจด์ ข่าน  ก็ลดน้อยลงเหลือแต่เป็นเพียงในนามเท่านั้น

ในบริเวณจัตุรัสชุคบาตาร์จะคล้ายๆกับ ลานกลางเมืองในประเทศแถบยุโรป ที่ผู้คนนิยมมาพักผ่อนนั่งคุยเดินเล่นทํากิจกรรมกัน เช่น บริการเช่ารองเท้าสเก็ตช์ รถของเล่นทั้งเบ็นซ์ ลัมโบกินี่ รถจี๊ป สารพัดยี่ห้อให้เลือกเช่าจะเห็น ผู้ปกครองคอยถือรีโมทคอยบังคับรถเรียกว่าสนุกกันได้ทั้งครอบครัวจริงๆ 

Note: ภาพของชุคบาตาร์ จะปรากฏในธนบัตร มองโกเลีย 5-100 ทุกรุก ส่วนธนบัตร ตั้งแต่ 500 ทุกรุก ขึ้น ไปจะเป็นภาพของ เจงกิสข่าน

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ พ่อค้าที่มาเร่ขายผลงานศิลปะเป็นภาพวาดสีอะคริลิคบนผืนหนัง หรือบน กระดาษโปสการ์ด มีหลากหลายไซส์ เน้นเป็นภาพของเจงกิสข่าน ภาพนักรบมองโกล ภาพอูฐ ภาพม้า ในราคาที่ไม่แพงนักสําหรับงานแฮนด์เมด ภาพใหญ่ 8-10 ดอลลาร์ ภาพขนาดโปสการ์ด 3-5 ดอลลาร์ สามารถต่อรองได้ รับทั้งเงินทุกรุก และเงินดอลลาร์

และตรงข้ามจัตุรัสชุคบาตาร์เราจะมองเห็นตึกที่ตั้งตระหง่านโดดเด่น สูงที่สุดในอูลานบาตาร์ มีชื่อว่า “Blue Sky” เป็นโรงแรมขนาดใหญ่อีกหนึ่งสัญลักษณ์ในย่านนี้

Note: จากสถานีรถไฟอูลานบาตาร์เดินไปทิศตะวันออก 450 ม. เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Railway Police ตรงไปอีก 350 ม. ค่อย เลี้ยวขวาเข้าถนน Seoul หรือไปเลี้ยวขวาเข้าถนน Peace เดินจนสุดถนนอีก 1.5-2 กม. จะเจอจัตุรัสชุคบาตาร์

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet