เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติมองโกเลีย

national-museum-of-mongolia

พิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติมองโกเลีย
National Museum of Mongolia 

พิพิธภัณฑ์จัดแสดงวัตถุโบราณเริ่มตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไปจนถึงยุคภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียต มีการจัดแสดงอาวุธในศตวรรษที่ 12 เครื่องแต่งกายชนเผ่าเครื่องประดับ เครื่องดนตรี เกอร์ อุปกรณ์เครื่องใช้ในเรือนในสมัยนั้น พระราชสาส์น ใต้ตอบระหว่างโป๊ป Innocent IV กับข่าน Guyuk ในภาษาละติน-เปอร์เซียในปี ค.ศ.1246 และตราประทับของข่าน แส้ของแดมดิน ชุคบาตาร์ที่ใช้ซ่อนพระราชสาส์นลับของ Bogd Khan เพื่อส่งไปขอความช่วยเหลือจากสหภาพโซเวียตในปี ค.ศ.1920 ก็ถูกเก็บรักษาไว้ใน พิพิธภัณฑ์นี้ด้วย

ระฆังเก่า

ระฆังวัดเก่าแก่ตั้งหน้าอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์ ถูกสร้างในสมัยจักรพรรดิ กวังซวี่แห่งราชวงศ์ชิง ในปี ค.ศ. 1904 บนตัวระฆังมีจารึกตัวหนังสืออักษร มองโกเลีย จีน และทิเบต และเป็น ความเชื่อของชาวพุทธแถบนี้ว่าระฆัง คือสัญลักษณ์พระพุทธเจ้า และเสียงระฆังคือเสียงสวดมนต์

บริเวณชั้น 1 ยุคก่อนประวัติศาสตร์

รูปปั้นแกะสลักจากหิน อ่อนของชายชาวมองโกล ในมือซ้ายถือจอกนั่งบนเก้าอี้ จากการแต่งกายบ่งบอกว่าอยู่ ในตระกูลชั้นสูง เป็นชุดเครื่องแต่งกายที่นิยมใส่ในสมัย คริสต์ศตวรรษที่ 13-14

เครื่องดนตรีนี้มีชื่อเรียกว่า YAYALIG ที่แปลว่าบทเพลง ถูกขุดค้นพบในถาหลง โบราณ เครื่องดนตรีทําจากไม้ ในศตวรรษที่ 6-8 ที่ตัวเครื่องดนตรีมีการจารก ภาษาตุรกีโบราณ ถูกจัดในประเภทกลุ่มพิณ

national-museum-of-mongolia

บริเวณชั้น 2

จัดแสดงเครื่องประดับ ชุดแต่งกายใน สมัยโบราณที่ถูกค้นพบ ย้อนหลังไปในสมัย ศตวรรษที่ 10-11 ทั้งรองเท้าบูท เสื้อคลุม สักหลาดที่ทําด้วยหนังอูฐ

national-museum-of-mongolia

บริเวณชั้น 3

จัดแสดงชุดแต่งกายพื้นเมืองของชนเผ่าต่างๆ ซึ่งมีบรรพบุรุษสืบเชื้อสายจาก มองโกเลียและชาวเตอร์กิช (ตุรกี) ซึ่งชุดมีทั้งใส่ในงานพิธีการ ชุดตามฤดูกาล เครื่องประดับ ของชายและหญิง หมวกประดับ ในแต่ละชนเผ่าจะมีความแตกต่างกัน และขึ้นกับอายุเพศและฐานะทางสังคม เครื่องแต่งกาย เหล่านี้จะอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 17-20

ชุดเครื่องแต่งกายของชนชั้นสูงในงานพิธีของจักรวรรดิมองโกล ในศตวรรษที่ 12-14 ซึ่งมีความแตกต่างในเนื้อผ้า เช่น ทําจากผ้าไหม ผ้าฝ้าย หรือขนสัตว์ การออกแบบสี ขึ้นตามฐานะทางสังคม ลักษณะเป็นชุดคลุมยาวป้ายทับกันทางด้านหน้า มีเข็มขัดหรือผ้ารัดบริเวณเอว ผู้ชายจะใส่รองเท้าบูท และหมวกทรงกลมประดับด้วยทองเงินและพลอย ส่วนผู้หญิงจะสวมเสื้อคลุมด้านนอกอีกตัวแขนกว้าง ใส่หมวกทรงสูง 20-30 ซม. ประดับด้วย ทอง เงิน ไข่มุกและขนสัตว์

ในศตวรรษที่ 17-20 เครื่องแต่งกายของข้าราชการตําแหน่งยศต่างๆ ในงานพิธีจะแตกต่างกันหลักๆ ประกอบด้วย ชุดคลุมด้านใน เสื้อคลุมนอก รองเท้าบูทและหมวก ซึ่งหมวกจะบ่งบอกยศฐานะที่ต่างกัน จากเครื่องประดับมีค่า และจํานวนขนนกยูงบนหมวก ในยุคสมัยราชวงศ์ชิงส่วนชุดคลุมมีลวดลายของมังกรและ ดอกไม้ แต่ในยุคสมัย Bogd Khan ชุดคลุมจะ ปักลวดลาย Soyombo และคําว่าพระอาทิตย์ กับพระจันทร์ด้วยตัวอักษรโบราณ Soyombo โดยถูกปักด้วยไหมจากทองคํา

ในความเชื่อดั้งเดิมของชาวมองโกล เด็กที่ป่วยไม่แข็งแรง จะมีชุดที่ตัดเย็บพิเศษให้ เด็กคนนั้นสวมใส่ เพื่อปกป้องคุ้มครองให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวง

มองโกเลียเคยส่ง มนุษย์อวกาศคนแรก Jugderdemidiin Gurragchaa ไปกับยานอวกาศของรัสเซีย Salyut 6 เมื่อปี ค.ศ. 1981 และที่ Zaisan Memorial เอง ก็มีภาพโมเสกนักบินอวกาศ ในความสัมพันธ์ระหว่าง โซเวียต-มองโกเลีย

บริเวณชั้น 4

จัดแสดงเรื่องราวของจักรวรรดิมองโกล ในศตวรรษที่ 13-14 ยุคที่อาณาเขตแผ่ขยายกว้างขวางจากไซบีเรียถึงเอเชียใต้ ในช่วงนั้นกองทัพมองโกลรบชนะถึง 50 ประเทศ และ รวบรวมผู้คนไว้ถึงครึ่งหนึ่งในโลก ส่วนโบราณวัตถุที่จัดแสดงถูกค้นพบในสมัยนั้น มีทั้ง อาวุธ เสื้อเกราะ ของใช้และนิทรรศการในสมัยช่วงเป็นจักรวรรดิมองโกเลีย ส่วนเกอร์ที่เห็นในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงให้เห็นเครื่องเรือน ทั้งเตียง โต๊ะบูชาด้านในสุด โต๊ะนั่งเล่นที่อยู่ กลางเกอร์ ที่แขวนอานม้า

เกอร์ (Gers) หรือ เยิร์ต (Yurt ในภาษารัสเซีย)

ชาวมองโกลเรียกว่า “Esgi Tuurgaatan” แปลว่า ที่อยู่อาศัยทําจากผ้าสักหลาด เป็นที่ อยู่อาศัยของชาวมองโกลที่เลี้ยงสัตว์เร่ร่อน ไปตามทุ่งหญ้าซึ่งใช้มานานนับพันปี และ ยังพบว่าชาวมองโกลบางส่วนยังใช้กินอยู่ จนถึงปัจจุบัน

เกอร์มีลักษณะเป็นกระโจมทรงกลมโดย เอาไม้มาสานเป็นโครงผนังเกอร์แล้วจึงเอา ผ้าฝ้ายและหนังสัตว์มาคลุมทับโดยรอบเป็นชั้นๆ และเอาผ้าพลาสติกหนาสีขาวมาคลุมทับเป็นชั้นสุดท้ายเพื่อกันน้ำ และความหนาวเย็นจากภายนอก เกอร์สามารถถอดประกอบเคลื่อนย้ายได้โดยบรรทุกบนหลังม้าอูฐหรือ จามรี ตัวเกอร์ตรงกลางเพดานจะเป็นกรอบไม้วงกลมและมีรูวงกลมเจาะช่องไว้เรียกว่า “Tono” เป็นทางออกของปล่องไฟ ตัวกรอบไม้วงกลมเพดานจะยึดอยู่กับเสาไม้ 2 ต้นตั้งกลางเกอร์ซึ่งเสาทั้งสองต้นนี้จะรองรับน้ําหนักของโครงสร้างหลังคาทั้งหมด หลังจากนั้นจึง เอาไม้ที่เตรียมไว้เสียบเข้ากับร่องรอบๆกรอบวงกลมและพาดยึดกับผนังเกอร์อีกที ส่วนของพื้นอาจเป็นแผ่นไม้ปูหรือแผ่นพลาสติกวางทับพื้นหญ้าอีกทีในเกอร์จะมีเตาไฟตั้งตรงกลางเพื่อเผาพื้นให้ความอบอุ่นในช่วงฤดูหนาวที่อากาศแสนหนาวเหน็บถึงขั้นติดลบ -30 ถึง -50 องศาเซลเซียส รวมทั้งไว้ประกอบอาหารต้มน้ำชงชาอีกด้วย

ในเกอร์ยังมีจัดแสดงของเล่นพื้นบ้านชาวมองโกล “ชาไก” เป็นกระดูกสัตว์ที่ทําจากกระดูกข้อเท้าแกะ แพะ จะเอามาทอยเป็นลูกเต๋าเล่นกัน

อานม้า และอุปกรณ์ที่ใช้ในการขี่ม้า ธงพู่สีดําที่อยู่ด้านข้างของหุ่นนักรบมองโกล เปรียบเสมือน เป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของเหล่าทหารในยามสงคราม ธงพู่สีดําทําจากขนที่หางและขนแผงคอม้าสีดํา ซึ่งมีความหมายว่าพลังอมตะแห่งสวรรค์ นักรบมองโกลเมื่อเห็นธงฟูนี้จะเกิดกําลังใจใน การสู้รบเพื่อเอาชนะศัตรู

ธงพู่สีขาวของเจงกิสข่านในศตวรรษที่ 13-19 ทําจากขนแผงคอม้า ธงพู่สีขาวมีขนาดใหญ่สุดและจะปักตรงกลางท่ามกลางธงพู่อีก 8 อัน ธงฟูสีขาวจะใช้ในยามบ้านเมืองอยู่ในภาวะสงบสุขไร้ศึกสงคราม

นิทรรศการยุคสมัยประเทศมองโกเลีย จะพบรูปปั้นขี้ผึ้งของกษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์มองโกลองค์ที่ 8 จอร์ซาน ดัมบา ดูทักต์ Jebtsundamba Khutughty (ค.ศ.1870-1924) และมเหสีดองด็อกดูลาม Dondogdalam (ค.ศ. 1874-1923)

เวลาทำการ: 09:00-19:00 น. (15 พ.ค.15 ก.ค.)
ขายตั๋วถึง 17.30 น., 09:00-17:00 น. (16 ก.ย.14 พ.ค.) ขายตั๋วถึง 16.30 น.
ค่าเข้าชม: ตั๋ว 8,000 ทุกรุก ค่าถ่าย รูป 10,000 ทุกรุก ค่าถ่าย วิดีโอ 50,000 ทุกรุก
การเดินทาง: เดินจากจัตุรัสไปทางทิศ เหนือไม่ไกลราว 5 นาที
เว็บไซต์: www.nationalmuseum.mn

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet