วัดโชอิจีน แหล่งรวบรวมงานศิลปะในศาสนาพุธแบบทิเบตที่มีความเก่าแก่หาชมได้ยาก

Choijin Lama Temple Museum 

วัดโชอิจีน
Choijin Lama Temple Museum 

จากทางเข้าหลักด้านหน้าจะเห็น Maharaja Temple ซึ่งมีห้องขายตั๋วอยู่ทางซ้ายมือด้านใน แม้วัดโชอิจิน จะมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย แต่บอกได้เลยว่าเป็นแหล่งเก็บงานศิลปะในศาสนาพุทธ แบบทิเบตที่ล้วนเก่าแก่โบราณไว้เป็นจํานวนมาก หลายๆอย่างแม้แต่ในพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติมองโกเลียก็ไม่ได้มีจัดแสดง แต่มีข้อห้ามถ่ายรูปทางด้านใน พื้นที่วัดเองก็ไม่ได้กว้างใหญ่มากแค่ราวๆ 1 ชั่วโมงก็สามารถเยี่ยมชมได้ทุกวันจนครบ

วัดโชอิจินสร้างเมื่อปี ค.ศ.1904-1908 ในสมัยบอจด์ข่าน ที่ 8 จอร์ซาน ดัมนา (Bogd Khan Jibzundampa Khutugtu) โดยสถาปนิกโด่งดัง Ombo และช่าง 300 คน จึงเป็นสมบัติทางศาสนา และสถาปัตยกรรมที่สําคัญลักษณะโครงสร้างระหว่างมองโกเลีย ทิเบตและจีน โชอิจินเป็นชื่อของพระลามะ Luysanthai45 Lama พระเชษฐาของบอจด์ข่าน จอร์ซาน ดัมบา ดูทักต์ ข่านมองโกเลียองค์สุดท้าย คําว่า Choin จะใช้เรียกพระระดับสูง

วัดถูกใช้ในพิธีทางศาสนาราว 30 ปีหลังจากสร้างเสร็จ มีลามะจําพรรษา 50 รูป แต่หลังจากปี ค.ศ.1937 ก็ถูกปิดไปจากนโยบายกวาดล้างศาสนาของลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่โชอิจินเป็นวัดในศาสนาพุทธที่รอดพ้นการถูกทําลายมาได้ เพราะตัววัดเป็นที่ตั้งของหน่วยงานในการกวาดล้างนั่นเอง และในปี ค.ศ.1942 วัดได้ถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นพิพิธภัณฑ์ แทนเพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุและพระพุทธรูปที่รอดพ้นจากการถูกทําลายของวัดต่างๆ ในมองโกเลียซึ่งเป็นสมบัติของชาติที่ประเมินค่าไม่ได้

จากบริเวณทางเข้า เมื่อหันไปทางทิศใต้ใกล้ กับรั้วกําแพงวัด ตรงข้ามกับ Maharaja Temple จะ เห็นกําแพงหินขนาดใหญ่ มีชื่อเรียกว่า Yampai Gate สลักลวดลายมังกร 5 ตัว สื่อถึงการปกป้องคุ้มครองอันตราย และให้อายุยืนยาว

ประวัติของท่านลามะโชอิจิน

Luvsankhaiday Choijin Lama (1872-1918) เกิดนทิเบต เป็นลูกชายคนที่ 5 ของ Gonchiatseren โดยบิดารับใช้งานท่านดาไลลามะอย่างใกล้ชิด ในปี ค.ศ. 1874 ครอบครัวของท่านได้ย้ายไปยังมองโกเลียตอนที่ อายุ 3 ปี ซึ่งพี่ชายคนโตได้รับตําแหน่งเป็นกษัตริย์ของ มองโกเลียนามว่าบอจัด์ข่านที่ 8 จอร์ซาน ดัมบา ดูทักต์ ที่ 8 ส่วน Luvsankhaiday ได้รับพระราชทานตําแหน่ง the State Oracle Lama เป็นประมุขของลามะในมองโกเลียและ Luysankhaiday ยังมีบทบาทสําคัญในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และ 20 ช่วงที่มีการเรียกร้องอิสรภาพของมองโกเลียจากจีน โดยท่านสนับสนุนนโยบายของพระเชษฐาส่งผ่านทางพลังอํานาจทางศาสนา

เวลาทำการ: 16 พ.ค. -25 ก.ย. ทุกวัน เวลา 09:00-19:30 น.
26 ก.ย.-15 พ.ค. พุธ-อาทิตย์ 10:00-16:00 น.
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 8,000 ทุกรุก, เด็ก 3,000 ทุกรุก
สถานที่ตั้ง: วัดตั้งทางทิศใต้ของจัตุรัส ชุคบาตาร์หลังโรงแรม Blue Sky

Maharaja Temple

ส่วนวัดบริเวณทางเข้าหน้าสุดบริเวณเดียวกับที่ขายตัวมีชื่อว่า Maharaja Temple จะสังเกตุเห็นยักษ์ 4 ตนที่มีลักษณะหน้าตาดุดันขึงขังและท่วงท่าแตกต่างกันยืนเฝ้าประตูทางเข้าออกคอยปกป้องคุ้มครองวัด เมื่อผ่านทางเข้าจะเห็นทางเดินทอดยาวสู่ประตูที่ 2 ที่มี ชื่อว่า Gate of Honour ใช้เป็นทางผ่านของบอจด์ข่าน, ผู้นําศาสนามองโกลและพระลามะ ชั้นสูงเพื่อผ่านเข้าไปประกอบพิธีในวัดประธาน (Main Temple) และประตูนี้ยังมีความหมายว่า ปิดกั้นไม่ให้สิ่งชั่วร้ายทั้งปวงผ่านเข้าไปได้ ยกเว้นแต่ความสุขและความดีงามที่สามารถผ่านประตูนี้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

วัดประธาน Main Temple

หลังจากผ่าน Gate of Honour จะเห็นวัดขนาดใหญ่หรือวัดประธาน ภายในมีรูปปั้นพระศากยมุนีตรงกลาง, รูปปั้นท่านโชอิจินลามะที่บรรจุเถ้ากระดูกของท่านเอาไว้อยู่ทางด้านขวา ของพระศากยมุนี และทางด้านซ้ายคือ รูปปั้น Yonzon Khamba (พระอาจารย์ของบอจด์ข่าน และท่านโชอิจินลามะ) รวมทั้งภายในได้เก็บรักษาสมบัติล้ำค่าทางศาสนา เช่น ภาพเขียนสีทั้งกา (thangka) หน้ากากใช้ในพิธี Tsam Dance ที่ล้วนมีรูปร่างหน้าตาขึงขัง แตกต่างไม่ซ้ำกันสีสันสะดุดตา และมีจํานวนมากที่สุดที่ถูกเก็บรักษาไว้ในที่พิพิธภัณฑ์นี้ ในวัดประธานส่วนนี้นับ ว่ามีความสําคัญมากแค่ได้เดินชมงานพุทธศิลป์ในแต่ละชิ้นที่มีความละเอียด ประณีตสวยงามก็แสนจะคุ้มค่าแก่เวลาทีเดียว

วัด Zankhan Temple

ถ้าเดินต่อทางเชื่อมไปทางด้านหลังของวัดประธานจะเป็นวัดขนาดเล็กชื่อว่า Zankhan Temple ที่ตัววัดเชื่อมต่อกันแทบดูไม่ออกทีเดียวภายในขนาดห้องไม่ใหญ่มากใช้เป็นสถาน
ที่ประกอบพิธีของโชอิจินลามะ บริเวณตรงกลางห้องมีบังลังก์ขนาดใหญ่ของบอจัด์ข่าน และมีการจัดแสดงเครื่องบชาทางศาสนาของท่าน
โชอิจินลามะ

ในแต่ละวัดจะมีเจ้าหน้าที่ประจําอยู่สามารถสอบถามข้อมูลได้เจ้าหน้าที่ใจดีพร้อมที่จะให้ข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ แม้ว่าจะพูดได้ไม่เก่งมากนักแต่ก็พอให้ข้อมูลหลักๆ ที่สำคัญคือห้ามถ่ายรูป

Tsam Dance

คือพิธีที่สําคัญในทางศาสนาพุทธแบบทิเบต เริ่มราวศตวรรษ ที่ 8 โดยพระลามะจะสวมใส่ชุดและหน้ากากที่แตกต่างกัน ทั้งหน้ากากเทพเจ้าปีศาจสัตว์ต่างๆ เช่น ครุฑและสิงโตหมายถึง ตํานาจ กวางสื่อถึงความสวยงามและมนุษย์ โดยพระลามะออกมาร่ายรําประกอบกับเสียงของเครื่องดนตรีพื้นเมือง เป็นพิธีที่นํามาซึ่งความโชคดีแก่ผู้คน และที่ห้ามพลาดคือ เหล่าหน้ากาก Team ในสมัยต้นปี ค.ศ.1900 ที่โด่งดังเหล่านี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่วัดโชอิจินเป็นจํานวนมาก

ภาพเขียนสีทังกา (thangka)

คือการระบายสีภาพเกี่ยวกับศาสนาพุทธเทพเจ้าแบบทิเบตลง บนผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายโดยใช้ผงหมึกที่ละลายน้ำได้ผสมจากกาวที่ทํามาจากสัตว์ ภาพส่วนใหญ่จะมีการเขียนบทสวดมนต์ทางด้านหลังภาพเพื่อถวายแด่ภาพของเทพองค์นั้น จะมีบ้างที่เขียนบทสวดมนต์ทางด้านหน้าในลักษณะรูปร่างของเจดีย์ ก่อนจะนํามาระบายสีทับอีกรอบ ผืนภาพจะใช้วิธีม้วนเก็บเหมือนภาพเขียน ศิลปะจีน เมื่อต้องการนํามาใช้งานจะนํามาซึ่งกับผนังหรือตามแท่นบูชาแทน ลักษณะภาพโดยทั่วไปจะมีเทพหรือพระพุทธเจ้าตรงกลาง รายล้อมด้วยเทพองค์เล็กๆ หรือรูปสัตว์สัญลักษณ์ทาง จากอินเตอร์เน็ต ศาสนาพุทธทิเบตอย่างสมดุลทั้ง 2 ข้าง

ภาพเขียนสีทั้งกาถูกนํามาใช้สอนเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า, พระโพธิสัตว์ในภาคต่างๆ, ประวัติพระลามะที่เป็นที่เคารพ, คําสอนหลักทางพุทธศาสนาและเทพเจ้าต่างๆ นอกจากนี้การระบายสีภาพทั้งกาถูกใช้ในการฝึกสมาธิแก่พระในนิกายวัชรยาน เพื่อเป็นหนทางนําไปสู่การตรัสรู้

วัด Zuu Temple

อยู่ทางด้านซ้ายเมื่อหันหน้าเข้าวัดประธาน ลักษณะสถาปัตยกรรมสไตล์ทิเบต โดยชื่อมาจากภาษาทิเบต คําว่า “Jowo” แปลว่าพระพุทธเจ้า ภายในมีรูปปั้นพระศากยมุนีพระพุทธเจ้า ใน 3 ภพ คือ อดีต ปัจจุบันและ อนาคต รวมทั้งพระอรหันต์ทั้ง 16 องค์รายรอบผนังด้านใน

วัด Madam Temple

อยู่ด้านหลังสุดของวัดโชจิอิน ด้านในมีรูปปั้นของเทพสื่อถึงความแข็งแรงและ พลัง โดยแกะสลักจากไม้และทองสัมฤทธิ์ ในท่านั่งสมาธิ และสถานที่นี้ถูกใช้เป็นที่สวดมนต์และทําสมาธิของท่านโชอิจิน ลามะและเฉพาะลามะที่ใกล้ชิดจึงจะได้รับอนุญาตให้สามารถเข้าไปข้างในนี้ได้

วัด Amgalan Temple

ภายในมีงานศิลปะรูปปั้นพระพุทธรูป ผลงานชิ้นเอกของ Zanabazaar ผู้นําทางศาสนาในยุคศตวรรษที่ 17 ที่สืบเชื้อสายมาจากเจงกิสข่าน ท่าน Zanabazaar เป็นผู้ที่นําความรุ่งเรืองในทางศิลปะและ วัฒนธรรมมาสู่ประเทศมองโกเลียอย่างมากและคิดค้นตัวหนังสือ Soyombo ขึ้น ในปี ค.ศ.1686

ลามะ Zanabazaar (ค.ศ.1635-1723)

เป็นชื่อที่รับแต่งตั้งจากองค์ดาไลลามะที่ 5 แปลว่า สายฟ้าแห่งปัญญา (thunderbolt of wisdom) ท่านเป็นผู้นําลามะ นิกายหมวกเหลืองสายหนึ่งของศาสนาพุทธแบบทิเบตและ ยังมีความสามารถในทางแกะสลัก หล่อรูปปั้นพระพุทธรูปที่สวยงามในแบบศิลปะเนปาล และแปลคัมภีร์พุทธศาสนาจาก ภาษาทิเบตและสันสกฤตโดยคิดค้นตัวหนังสือ Sovombo มาใช้แทนเพื่อใช้เผยแพร่หลักธรรมในมองโกเลียและ Soyombo ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของมองโกเลีย มีปรากฏทั้งในธงชาติ ตราแผ่นดิน ธนบัตร และแสตมป์

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet