ชมศิลปะพื้นเมืองที่โรงละครแห่งชาติ ประเทศมองโกเลีย

โรงละครแห่งชาติ

โรงละครแหงชาติ
National Academic Drama theatre

อาคารโรงละครขนาดใหญ่สีชมพูขาวตั้งทางทิศใต้ของจัตุรัสชุคบาตาร์ เพียงแค่เดินข้ามสี่แยกไฟแดงใหญ่และเดินตรงไปราว 100 เมตร การแสดงมีทั้งการร่ายรําในชุดพื้นเมือง การร้องเพลงในแบบฉบับมองโกล โดยใช้เสียงสูงต่ำในลําคอ แต่กลับดังก้องกังวานไปทั่วทั้งโรงละคร ฟังแล้วให้ความรู้สึกราวกับว่าอยู่ในที่ราบทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เต็มด้วยทิวเขาเห็นกระโจมอยู่ลิบๆทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีการบรรเลงเพลงจากเครื่องดนตรีพื้นเมือง เช่น ซอหัวม้า การร่ายรํา Tsam Dance ที่น่าชมเป็นอย่างยิ่ง การแสดงกายกรรมที่นักแสดงหญิงบิดตัวได้อย่างอ่อนช้อย และล้วนท่ายากทั้งสิ้น และจบสุดท้ายด้วยวงออร์เคสตร้าวงใหญ่ที่ใช้แต่เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้วนๆ ทั้ง เครื่องสายที่ดูผ่านๆจะคล้ายซอด้วงซอกู้บ้านเรา และเครื่องตีเคาะจังหวะ เครื่องเป่า ร่วมบรรเลงบทเพลงมองโกเลีย และบทเพลง “We are the Champions” เป็นการอําลาการแสดง

ถ้าย้อนกลับไปอ่านประวัติศาสตร์ที่โลกจารึกไว้ก็น่าจะกล่าวไม่ผิดที่ว่าเจงกิสข่านในยุคสมัย “Mongolian Empire is Champion of the World” ในตลอดระยะเวลาการแสดงหนึ่งชั่วโมง ด้วยราคาตั๋วราว 10 ดอลลาร์ (330 บาท) แถมได้นั่งใกล้เวที มันแสนถูกมากๆ เรียนรู้วัฒนธรรมศิลปะของชนเผ่ามองโกล และจะอินได้ง่ายเวลาเดินทางออกนอกเมืองแล้วได้พบปะกับคนที่ใส่ชุดพื้นเมือง หรือไปพิพิธภัณฑ์แล้วเจอเครื่องดนตรีพื้นเมืองโบราณ ตามวัดต่างๆ ก็จะจินตนาการออกว่าใช้ทําอะไร

หลังจากโรงละครรูดม่านปิดฉากลง เมื่อเดินออกมาทางเดิมจะมีโต๊ะตั้งแผงขายของที่ระลึก, โปสการ์ด, CD เพลงมองโกเลีย, VCD การแสดง โดยแสดงราคาเป็นดอลลาร์อย่างเดียว อย่าง CD ราว 10 ดอลลาร์ ส่วน VCD ราคา 20 ดอลลาร์ ค่อนข้างจะมีราคาสูงไม่น้อยทีเดียว และการถ่ายภาพบริเวณนี้จําเป็นต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก็ได้

เวลาแสดง: 18:09 น.
ค่าตั๋ว: 25,000 ทุกรก (ซื้อบัตรเข้าชมการแสดงได้ที่อาคารขายตั๋วทางขวามือของโรงละคร เป็นอาคารแยกออกมา)

สิ่งที่หาไม่ได้จากที่ไหน…แต่พบในการแสดงพื้นเมืองมองโกเลีย

การร้องเพลงในแบบฉบับมองโกลโดยใช้เสียงในลําคอ (throat singing) ในภาษา มองโกเลียเรียกว่า “khoomei” ออกเป็นทํานองที่แตกต่างกัน ขึ้นกับการวางตําแหน่งลิ้น และริมฝีปากเพื่อเลียนเสียงธรรมชาติของสายน้ำ สายลม เสียงสะท้อนในหุบเขา เสียงนก ฯลฯ ในการเปล่งเสียงจากลําคอแต่ละครั้งจะยาวนาน ด้วยทํานองสูงต่ำเป็นเทคนิคของนักร้อง นอกจากนี้ยังเชื่อว่า khoomei สามารถรักษาอาการเจ็บไข้ เช่น บําบัดอาการติดอ่าง รักษาโรคทางเดินหายใจ คลายความกังวลและทําให้เกิดสมาธิ & Morin Khuur เครื่องดนตรีประจําชาติชาวมองโกล หรือซอหัวม้า เป็นเครื่องดนตรีชนิดเครื่องสายทรงสี่เหลี่ยมคอยาว ปลายด้ามจับแกะสลัก เป็นรูปหัวม้า จึงเป็นที่มาของชื่อดังกล่าว นอกจากหัวม้ายังอาจพบรูปแกะสลักของหัววัว, แพะ, แกะ และอูฐ สัตว์ที่เชื่อว่าจะนําเอาความร่ำรวย และอุดมสมบูรณ์ให้ตัว morin Nhur จะวิ่งแค่สาย 2 เส้น ส่วนด้ามสีจะทําจากขนหางม้านํามาขึงให้ตึง จะนํามาเล่นบรรเลงประกอบเพลงร้องของ มองโกเลียที่มักจะกล่าวถึงม้าทุ่งหญ้าและหุบเขา

พระราชวังฤดูนาวของบอรด์ข่าน
Winter Palace of the Bogd Khaan

พระราชวังสร้างในปี ค.ศ. 1893-1903 เป็นที่พํานักของกษัตริย์องค์สุดท้ายของมองโกเลีย บอจด์ข่านที่ 8 จอร์ซาน ดัมบา ดูทักต์ ประทับที่นี่ถึง 20 ปี และต่อมาถูกทําลายโดยกองทัพโซเวียตไปบางส่วนในบริเวณเดียวกันนี้เป็นที่ตั้งของอีก 6 วัด ภายในวัดเก็บรักษาภาพเขียนสีทั้งกา มีทั้งภาพของพระพุทธเจ้าภาพเทพเจ้าแบบทิเบต ภาพพระ ลามะ รูปปั้นหล่อสัมฤทธิ์พระพุทธรูป
งานศิลปะของลามะ Zanabazar, รูปพระโพธิสัตว์ และมีห้องสมุดขนาดเล็ก มีเก้าอี้ที่ประทับของบอจด์ข่านเมื่อทรงเสด็จพระราชดําเนินมาที่วัดแห่งนี้ และด้านหน้าสุดทางเข้าวัดมีประตูที่สําคัญคือ Gate of Peace ที่ประตูวาดภาพ
ของเทพที่คอยปกป้องคุ้มครอง ส่วนด้านบนหลังคามีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบทิเบตผสมผสานจีนอย่างดงาม

ส่วนอาคารสีขาวที่อยู่ใกล้เคียงกัน ทางด้านขวา คือ พระราชวังฤดูหนาว ในพระราชวังเป็นอาคาร 2 ชั้น ที่เก็บสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ ภายในเก็บรักษาจานชามกระเบื้องที่เคยใช้เสวย ระกระยาหาร เครื่องแต่งกายของบอนด์ข่านที่ 8 และของพระมเหสีในฤดูกาลต่างๆกันเช่นในฤดูหนาวจะเป็นเสื้อผ้าที่ทําด้วยขนสัตว์อย่างหนา และเครื่องประดับต่างๆ เช่น สร้อยพระศอ ต่างหู เครื่องประดับพระเศียร นอกจากนี้ยังมีของขวัญที่ได้รับจากประเทศอื่น ๆ เช่น รองเท้าบู๊ททองจากพระเจ้าซาร์ แห่งจักรวรรดิรัสเซีย และในพระราชวังยังมีห้องบรรทมขนาดใหญ่ของบอจด์ข่านที่ 8 และของพระมเหสีที่ภายในห้องยังมีเตียงบรรทมขนาดใหญ่ทําจากไม้แกะสลักตั้งไว้ 2 เตียงแยกกันที่ดูแสนจะเรียบง่าย

เดินเลยถัดไปจะมีห้องที่จัดแสดงเกอร์ ที่ทําจากหนังของเสือดาวลายหิมะถึง 150 ตัว เกอร์นี้บอจัด์ข่านที่ 8 เคยใช้ประทับเพื่อพักผ่อนนอกพระราชวัง และชั้นบนสุดเป็นที่เก็บสะสมสัตว์สตาฟจากทั่วทุกมุมโลก ของบอจด์ข่าน ทั้งเสือ สิงโต นกพันธุ์ต่างๆ สัตว์ทะเล รวมทั้งเครื่องประดับช้างทรง เพราะพระองค์เคยซื้อช้างมาเลี้ยงจากรัสเซีย เห็นได้จากภาพถ่ายช้างของพระองค์ที่ทรง เครื่องประดับชิ้นนี้เป็นสัตว์ที่พระองค์ทรงโปรดปรานมาก

ส่วนของพระราชวังฤดูหนาวอยู่ชานเมืองอูลานบาตาร์ ที่สามารถเดินทางโดยแท็กซี่หรือใช้บริการทัวร์ พระราชวังและส่วนของวัดมีขนาดไม่ใหญ่นัก ใช้เวลาเดินชมราวหนึ่งชั่วโมง โซนวัดลักษณะคล้ายของจีนที่มีวิหารเล็กๆ รวมเป็นกลุ่ม แต่ค่อนข้างมีสภาพเก่าไปตามเวลาสีไม้ ซีดจางไปเยอะเนื่องจากวัสดุส่วนใหญ่ล้วนทําจากไม้เข้าลิ่มไร้ตะปู ส่วนภาพเขียนสีตามประตูยังเห็นได้ชัดเจนสวยงาม

ส่วนของพระราชวังก็เรียบง่ายกะทัดรัด ยังมีข้าวของเครื่องใช้ของบอจด์ข่านที่ 8 และมเหสีที่ยังเก็บรักษาไว้ เช่น เครื่องแต่งกาย ของกษัตริย์ เครื่องประดับมเหสีที่ล้วนแปลกตาน่าสนใจ และยังเป็น พระราชวังที่ยังเหลืออยู่แห่งเดียวในมองโกเลียอีกด้วย….

เวลาทำการ: พ.ค.-ก.ย. 09:00-19:00 น. จันทร์-เสาร์ ต.ค.-เม.ย. 09:00-17:00 น. พฤหัส-จันทร์ (ปิดอังคารและพุธ)
ค่าเข้าชม: ราคาตั๋ว 8,000 ทุกรุก ถ่ายรูป 50,000 ทุกรุก 6 แท็กซี่หรือรถบัสสาย 7 หรือ 19 (หรือใช้ บริการทัวร์) ห่างจากตัวเมือง 3 กิโลเมตร

จอร์ซาน ดัมบา ดูทักต์ บอจด์ข่านที่ 8 (ค.ศ.1869-1924) กษัตริย์องค์สุดท้าย… แห่งมองโกเลีย

บอจด์ข่านทรงขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ.1911 หลังจากมองโกเลียได้ประกาศอิสรภาพจากการปกครองโดยราชวงศ์ชิงของจีน ซึ่งช่วงปีนั้นราชวงศ์ชิงเองก็ถูกปฏิวัติล้มล้างการปกครอง ภายในประเทศเช่นกัน พระองค์มีความสําคัญเป็นลําดับที่ 3 ตาม ลําดับชั้นในพุทธศาสนาทิเบตรองจากดาไลลามะและ Panchen Lama (ตําแหน่งอาจารย์ของลามะ) และทรงเป็นผู้นําศาสนาพุทธทิเบตใน มองโกเลียด้วยพระองค์อภิเษกสมรสกับมเหสีดองด็อกดูลาม (Tsendin Dondogdulam)

เทพเจ้า… ในศาสนาพุทธแบบทิเบต

ในวัดจะพบเห็นภาพเขียนสีทั้งกาหรืองานแกะสลักจํานวนมาก โดยเฉพาะเทพเจ้าในความเชื่อทางศาสนาพุทธทิเบต ซึ่งเทพแต่ละองค์ล้วนมีความเชื่อว่าจะดลบันดาลให้ในสิ่งที่สวดมนต์ขอพรแตกต่างกัน เช่น เทพเจ้าที่ให้พรให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ, เทพเจ้าให้มี สติปัญญา, เทพเจ้าให้มีอายุยืนยาว แต่ที่พบบ่อย คือ พระพุทธเจ้า 3 ปาง คือ อดีต ปัจจุบัน อนาคต, พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (Janraisia) แสดงถึงความเมตตา (ที่วัดกานแดน), พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (Manzushi) แสดงถึงปัญญา และชาวมองโกลเองก็มีเทพเจ้าประจําตัวที่คอยปกป้องคุ้มครองตามวันเกิด การบูชาสักการะเทพเจ้าจะใช้ รูป ของหวาน เนย ธัญพืช และเงิน

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet