ตะลอนเที่ยวรอบกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงแห่งประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 2

เช็คพอยต์ชาร์ลี Checkpoint Charlie

ตะลอนเที่ยวรอบกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงแห่งประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 2: SONY Center, พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กลางแจ้ง TOPOGRAPHY of TERROS, Berlin Bear, TRABIWORLD Museum  & Trabi-Safari, Currywurst ไส้กรอกแกงกะหรี่เยอรมัน, พิพิธภัณฑ์เช็คพอยต์ชาร์ลี Checkpoint Charlie Museum

SONY Center

SONY Center

เป็นศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจร มีอาคาร 7 หลังรายรอบพื้นที่ส่วนกลางซึ่ง ออกแบบหลังคาให้เป็นโดมขนาดใหญ่ มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ลานเบียร์ โรงภาพยนตร์ Filmhaus, Cine Star Event, IMAX รวมทั้งโชว์รูมและร้านขายสินค้าผลิตภัณฑ์ยี่ห้อโซนี่ซึ่งเป็นเจ้าของอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์และโทรทัศน์เบอร์ลิน (Museum fuer Film und Fernsehen) จัดแสดงประวัติศาสตร์เรื่องราวความเป็นมาของวงการภาพยนตร์เยอรมันตั้งแต่ยุคหนังเงียบ จนถึงที่มาของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลินและรางวัลหมีทองคํา (เปิด พุธจันทร์ 10.00-18.00 . วันพฤหัสเปิดถึง 20.00 . ปิดวันอังคาร ค่าเข้าชม 8 ยูโร)

การเดินทาง : S1, S2, U2 สถานี Potsdamer Platz หรือเดินจากอนสรณ์สถานฆ่าล้างเผ่าพันธ์ 5 นาที

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กลางแจ้ง TOPOGRAPHY of TERRORS

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กลางแจ้ง TOPOGRAPHY of TERRORS

นี่คือพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งริมกําแพงเบอร์ลินบนถนน Niederkirchnerstrasse จัดแสดงภาพถ่าย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเบอร์ลินระหว่างปี 1933-1945 ซึ่งก็คือช่วงที่พรรคนาซีขึ้นครองอํานาจและมีการจับกุมสังหารชาวยิว จนกระทั่งนํามาสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 อาคารสถานที่ในกรุงเบอร์ลินถูกทําลายเสียหายไปอย่างมากมาย หลายภาพดูแล้วรู้สึกหดหูกับสิ่งที่มนุษย์กระทําต่อกันได้อย่างเลือดเย็น รวมทั้งความยากลําบากของชาวเยอรมันที่มีแต่สงคราม

สถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ อันเคยเป็นที่ตั้งหน่วย “เกสตาโป” (Gestapo) หรือตํารวจลับพรรคนาซี มีหรือที่จะเหลือรอดมาได้ เพราะถูกทิ้งระเบิดอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อาคารที่ดูเหมือนกล่องใบใหญ่ในปัจจุบันเป็นสถานที่เก็บเรื่องราวและภาพถ่ายของเหตุการณ์ในช่วงนั้นเอาไว้ให้อนุชนคนรุ่นหลังได้ศึกษา นอกเหนือจากภาพถ่ายที่จัดแสดงอยู่ภายนอกริมกําแพง

เวลาเปิด : ทุกวัน 1933-1945 10.00-20.00 .
ค่าชม : ฟรี
การเดินทาง : เดินไป จาก Potsdamer Pla ประมาณ 5 นาที

Berlin Bear

Berlin Bear

เบอร์ลินมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องหมีๆ อย่างชื่อเมืองก็น่าจะเพี้ยนมาจากคําว่า Beat (คล้ายกับกรุง Bern ของสวิตเซอร์แลนด์ ตราประจําเมืองก็เป็นรูปหมี และทั่วทั้งเมืองก็จะเห็นรูปปั้นหมีในอิริยาบถต่างๆให้เห็นอยู่โดยทั่วไป ไม่ว่าริมถนน หน้าร้านค้า ร้านอาหาร หรือร้านของที่ระลึก เป็นต้น

TRABIWORLD Museum  & Trabi-Safari

TRABIWORLD Museum  & Trabi-Safari

พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงรถยนต์ Trabi รถยนต์ที่เป็นมรดกตกทอดจากยุคเยอรมันตะวันออก ตัวถังทําด้วยพลาสติกผสมไฟเบอร์เพื่อลดต้นทุน การผลิตเนื่องจากเหล็กมีราคาแพงและหายากมากในช่วงเวลานั้น โดยในช่วงระยะเวลา 34 ปี เยอรมันตะวันออก รถยนต์ทราบี้ถูกผลิตออกมาราว 3 ล้านคัน แต่กว่าที่คนสั่งจองจะได้ใช้ รถบางคนต้องรอถึง 15 ปีเนื่องจากคิวยาวมากจนถึงขั้นผลิตไม่ทันกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีทัวร์ Trabi-Safari ที่จะได้ร่วมขบวนนั่งรถทราบี้ไปรอบๆกรุงเบอร์ลิน สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.trabi-safari.de

Currywurst ไส้กรอกแกงกะหรี่เยอรมัน

Currywurst ไส้กรอกแกงกะหรี่เยอรมัน

อย่างที่ทราบกันดีว่าเยอรมันเป็นดินแดนแห่งไส้กรอก มีสูตรท้องถิ่นสารพัดให้เลือกชิมมากมาย โดยวิธีการปรุงที่ปฏิบัติกันมาช้านานก็คือ การนําไปต้ม (Bockwurst) หรือปิ้งย่าง (Bratwurst) รับประทานกับขนมปัง แต่ละชนิดมีรสชาติอร่อยแตกต่างกันไป

ส่วน Currywurst ไส้กรอกสูตรพิเศษถือกําเนิดขึ้นที่เบอร์ลินเป็นแห่งแรกช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยการนําเอาไส้กรอกที่มีอยู่เดิมนํามาหั่นแล้วราดด้วยซอสหรือโรยผงปรุงรสเข้าไป ผงปรุงรสที่ว่านี้ก็มีหลายสูตรจากเครื่องเทศหลากหลายดูคล้ายผงแกงกะหรี่ จึงเรียกว่า “ไส้กรอกแกงกะหรี่” มีเมนูที่มากับมันฝรั่งบดหรือเฟรนซ์ฟรายด์ กลายเป็นร้านแฟรนไชส์ที่มีหลายสาขาในเบอร์ลินและเมืองอื่นทั่วเยอรมนี เอาเป็นว่าหากเห็นลองสั่งมารับประทานดู และมีหนึ่งสาขาอยู่ข้างๆ Trabiworld ด้วย

เช็คพอยต์ชาร์ลี Checkpoint Charlie

เช็คพอยต์ชาร์ลี Checkpoint Charlie

เช็คพอยต์ชาร์ลี คือหนึ่งในจุดผ่านแดนตามแนวกําแพงเบอร์ลินระหว่างฝั่งตะวันตกในความดูแลของสหรัฐอเมริกา กับฝั่งตะวันออกในการควบคุมของโซเวียต หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 โซเวียตได้ถอนตัวจากการร่วมฝ่ายสัมพันธมิตร สงครามเย็นและกําแพงเบอร์ลินก็เกิดขึ้น ผู้คนที่จะข้ามไปมาจึงต้องได้รับการตรวจอย่างละเอียดจากทหารของทั้งสองฝ่าย คนฝั่งตะวันตกมักข้ามไปมาได้ง่ายกว่า แต่สําหรับชาวเยอรมันตะวันออกนั้นอย่าได้ฝันว่าจะได้ออกมานอกเขตกําแพงที่ล้อมกรอบพวกเขาไว้ จึงมีเหตุการณ์หรือวิธีการแปลกๆที่คนฝั่งตะวันออกใช้ตบตาทหารเพื่อหลบหนีออกมา มีภาพให้ชมที่พิพิธภัณฑ์เช็กพอยต์ชาร์ลีที่อยู่ใกล้ๆ

การผ่านเข้าออกจุดผ่านแดนนี้แต่ละครั้งต้องผ่านการตรวจตราจากเจ้าหน้าที่ถึง 7 จุด ข้างป้อมมีบริการแสตมป์ตราประทับเหล่านี้ลงบนพาสปอร์ตให้นักท่องเที่ยวกลับไปเป็นที่ระลึกด้วย และจุดผ่านแดนที่ว่าก็เหลือเพียงป้อมเล็กๆในฝั่งของอเมริกาที่เหลือไว้เป็นอนุสรณ์เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ พร้อมกับทหารตัวปลอมของทั้งสองฝ่ายออกมายืนถือธงชาติรับจ้างถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนไปชมอย่างไม่ขาดสาย บริเวณจุดผ่านแดนนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับกําแพงเบอร์ลินให้ชมทั้งแบบนิทรรศการกลางแจ้งและภายในอาคาร ตลอดแนวกําแพงยังมีจุดผ่านแดนอีก 3 แห่ง แต่จุดนี้รู้จักกันดีที่สุด เพราะตั้งอยู่บน Friedrichstrasse ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นถนนช้อป ปิ้งหรูหรามีชีวิตชีวาที่สุดของเบอร์ลินฝั่งตะวันออก และการเดินทางไปก็สะดวกด้วยรถไฟใต้ดิน

การเดินทาง : U6 สถานี Kochstrasse

พิพิธภัณฑ์เช็คพอยต์ชาร์ลี Checkpoint Charlie Museum

พิพิธภัณฑ์เช็คพอยต์ชาร์ลี Checkpoint Charlie Museum

หรือ Mauermeseum Haus Am Checkpoint Charlie (Wall Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวของกําแพงเบอร์ลินได้อย่างน่าชมที่สุด เริ่มตั้งแต่การก่อสร้างกําแพง ชีวิตผู้คนทั้งสองฝั่งที่มีชีวิตความเป็นอยู่แตกต่างกันสุดขั้ว จนทําให้เกิดการคิดหลบหนีด้วยวิธีการต่างๆ เพียง เพื่อหวังจะได้พบกับเสรีภาพที่หาไม่ได้ในฝั่งตะวันออก

วิธีการที่ว่ามีทั้งการดัดแปลงกระเป๋าเดินทางให้ซุกตัวเข้าไปอยู่ได้ การหลบอยู่ในลําโพง การขุดอุโมงค์ซ่อนตัวในฝากระโปรงรถยนต์ การปลอมแปลงเอกสาร รวมไปถึงการกระโดดหรือปีนกําแพงออกมาดื้อๆ สําเร็จบ้าง ถูกจับบ้างหรือถูกสังหารระหว่างการหลบหนีก็มี แม้แต่ทหารบางคนยังคิดแปรพักตร์กระโดดข้ามรั้วลวดหนามออกมา และแนวกําแพงเบอร์ลินที่ว่าก็ไม่ได้เป็นแผ่นคอนกรีตไปหมดทุกส่วน ช่วงที่ยังสร้างไม่เสร็จเป็นเพียงรั้วลวดหนาม จากนั้นจึงมีการก่ออิฐแล้วจึงเป็นรั้วคอนกรีต และแผ่นคอนกรีตเสริมเหล็กรูปตัว L ที่พบเห็นได้ตามจุดต่างๆทั่วเมืองในปัจจุบัน ส่วนที่เป็นรอยต่อของอาคารบ้านเรือนก็นําปูนมาโบกปิดประตูหน้าต่างกันไม่ให้คนกระโดดลงมาอีกฝั่ง ทุกช่วงมีทหารโซเวียตคอยตรวจตราอยู่ตลอดเวลายากที่ใครจะหนีออกมาได้ตลอดแนวกําแพงที่มีความยาวถึง 155 กม.

เวลาเปิด : ทุกวัน 9.00-22.00 .
ค่าเข้าชม : 14.5 ยูโร เด็ก 7-18 ปี 7.5 ยูโร
การเดินทาง : U6 สถานี Kochstrasse หรือ U2 สถานี Stadtmitte
เว็บไซต์ : www.mauermuseum.de

ทลายกําแพงเบอร์ลิน

ทลายกําแพงเบอร์ลิน

กําแพงเบอร์ลินเริ่มสร้างเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 1961 เพื่อล้อมกรอบกรุงเบอร์ลินตะวันออกไว้เพื่อจุด หมายเดียวคือป้องกันคนหนีออกมา และถูกพังทลายลงอย่างรวดเร็วด้วยการร่วมแรงร่วมใจของคน ทั้ง 2 ฝั่งเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 1989 ภายหลังจากที่ Gunter Schabowsk โฆษกกระทรวงการโฆษณาของเยอรมันตะวันออกในสมัยประธานาธิบดี มิคาอิล กอร์บาชอฟ แห่งสหภาพโซเวียตที่เริ่มยอมรับการปฏิรูปการปกครองไปสู่ประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ว่าจะให้ประชาชนผ่านข้ามพรมแดนได้อย่างอิสระ คนทั้งสองฝั่งได้ช่วยกันฟังแนวกําแพงนี้ลงอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อเลยแม้แต่น้อย นับเป็นเวลา 28 ปีที่กําแพงได้กันอิสรภาพของคนฝั่งตะวันออกเอาไว้ คาดว่ามีความพยายามหลบหนีออกมาราว 5,000 ครั้ง ส่วนใหญ่ไม่สําเร็จและถูกสังหารระหว่างการหลบหนีราว 200 คน บาดเจ็บก็มีอีกมาก แต่ตัวเลขผู้ที่หนีรอดออกมาได้ไม่มีรายงาน เพราะมันคือการหนีที่ไม่มีใครรู้

ปัจจุบันแนวกําแพงเบอร์ลินได้อนุรักษ์ไว้ให้ชมกันหลายจุด เช่นที่ Topography of Terror E Gallery, Bernauer strasse biuó daumurinbwsrauninpuna Lulusansoanele ทั่วเมือง นอกจากนี้ยังนําไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์หลายแห่งทั่วโลก เช่น พิพิธภัณฑ์นิวเซียมในกรุงวอชิงตัน พิพิธภัณฑ์จอห์น เอฟ เคนเนดี พิพิธภัณฑ์โรนัล เรแกน ในประเทศสหรัฐอเมริกา และที่ด้านหน้าสภายุโรปในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เป็นต้น