ตะลอนเที่ยวรอบกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงแห่งประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 3

มหาวิทยาลัยฮุมโบลด์ Humboldt Universitat

ตะลอนเที่ยวรอบกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงแห่งประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 3 : จัตุรัสเกนดาร์เมนมาร์ค Gendarmenmarkt, จัตุรัสเบเบิล Bebleplatz, มหาวิทยาลัยฮุมโบลด์ Humboldt Universitat, ถนนอุนเทอร์ เดน ลินเดิน Unter den Linden, คาร์ล ฟรีดริช ซิงเคล : 1781-1841 Karl Friedrich Schinkelพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เยอรมนี Deutsches Historisches Museum, มหาวิหารเบอร์ลิน Berliner Dom

จัตุรัสเกนดาร์เมนมาร์ค Gendarmenmarkt

จัตุรัสเกนดาร์เมนมาร์ค Gendarmenmarkt

ว่ากันว่าเป็นจัตุรัสสวยงามที่สุดในเบอร์ลิน มีอาคารคลาสสิกแบบกรีกและโรมันตั้งอยู่ถึง 3 หลัง คือ คอนแซร์ทเฮาส์ (Konzerthaus, Schauspielhaus) โรงละครสร้างขึ้นในราวปี 1817 ผลงานชิ้นเอกของ คาร์ล ฟรีดริช ซิงเคิล (Kart Fredrich Schinkel : 1781-1841) ยอดสถาปนิกแห่งราชสํานักบรันเดนบูร์ก ปัจจุบันมีการแสดงละครและคอนเสิร์ตอยู่เป็นประจํา

ด้านหน้ามี ซิลเลอร์เดงค์ มาล อนุสาวรีย์ชิลเลอร์ (Johann Christoph Friedrich Schiller : 1759-1805) ยอดกวีเอกและนักปรัชญาชาวเยอรมันผู้โด่งดัง อาคารที่มีหอคอยสูงโดดเด่นขนาบอยู่ทั้ง 2 ฝังจัตุรัส คือ โบสถ์ฝรั่งเศส (FranzOsischer Dom) ทางทิศเหนือและโบสถ์เยอรมัน (Deutscher Dom) ทางทิศใต้ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค..1701 จัตุรัสแห่งนี้ในช่วงปลายปีเป็นสถานที่จัดงานตลาดคริสต์มาสที่มีชีวิตชีวาที่สุดอีกแห่งหนึ่งของเยอรมัน

จัตุรัสเบเบิล Bebleplatz

จัตุรัสเบเบิล Bebleplatz

อีกหนึ่งจัตุรัสชวนมองรายล้อมไปด้วยอาคารสวยหลายแห่งท่ามกลางเรื่องราวในประวัติศาสตร์ เดิมชื่อ โอเพิร์นพลัทซ์ ตามชื่อโรงละครโอเปร่า (Staatsoper) ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออก พระเจ้าฟรีดริชที่ 2 ทรง ของการสร้างจัตุรัสแห่งนี้ให้เป็นศูนย์กลางทางศิลปะ การเมือง และวิทยาศาสตร์ ในปี 1933 พรรคนาซี ใช้ลานแห่งนี้เผาหนังสือจากห้องสมุดของมหาวิทยาลัยฮุมโบลด์ที่นาซีไม่ยอมรับไปกว่า 20,000 เล่ม

มหาวิทยาลัยฮุมโบลด์ Humboldt Universitat

มหาวิทยาลัยฮุมโบลด์ Humboldt Universitat

เดิมเคยเป็นพระราชวังของเจ้าชายไฮน์ริช พระอนุชาของพระเจ้าฟรีดริช ที่ 2 แห่งปรัสเซีย สร้างขึ้นระหว่าง ปี 1748-1766 ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยฟรีดริชวิลเฮล์ม และเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยอุนเทอร์เดนลินเดิน

จนกระทั่ง วิลเฮล์ม ฟอน ฮัมโบลด์ (Wilhelm Von Humboldt : 1767-1835) นักภาษาศาสตร์ชื่อดัง ได้เข้ามาบริหารจัดการจนทําให้มีชื่อเสียงโด่งดังผลิตบุคคลากรที่สําคัญของโลกหลายคน เช่น คาร์ล มาร์กซ์, ฟรีดริช เองเกล, พี่น้องตระกูลกริมม์ และอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ก็เคยเข้ามาทําการวิจัยที่นี่ และในบรรดาผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาต่างๆ เคยเป็นศิษย์เก่าของที่นี่ราว 30 คน จากนั้นในปี 1949 จึง ได้เปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยฮัมโบลด์จนถึงปัจจุบัน

หน้ามหาวิทยาลัยด้านที่หันไปทางจัตุรัสเบเบิลมีอนุสาวรีย์ฮัมโบลด์ เพื่อเป็นเกียรติและรําลึกถึงเขาที่ ได้ปลุกปั้นมหาวิทยาลัยแห่งนี้จนมีชื่อเสียงระดับโลก นอกจากนี้ยังมีอนุสาวรีย์ อเล็กซานเดอร์ ฟอน ฮมโบลด์ (Alexander Von Humboldt : 1769-1859) ผู้เป็นน้องชาย นักธรณีวิทยา/ธรรมชาติวิทยา และนักสํารวจ ตั้งอยู่คนละฝั่งของประตูทางเข้าด้วย ส่วนอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่หน้าตึกนั้นคือ เฮอร์รับ ฟอน เฮล์มโฮลทซ์ (Hermann von Helmholtz : 1821-1894) นักฟิสิกส์ชาวเยอรมันผู้มีชื่อเสียงเกี่ยวกับทฤษฎีอิเล็กโตรไดนามิกส์และอุณหพลศาสตร์เคมี ในวันที่อากาศดีมักมีแผงขายหนังสือที่ลานด้านหน้ามหาวิทยาลัย มีตํารับตําราของบรรดานักคิดนักเขียนให้เลือกซื้อหาในราคาลดพิเศษอีกด้วย

ถนนอุนเทอร์ เดน ลินเดิน Unter den Linden

ถนนอุนเทอร์ เดน ลินเดิน Unter den Linden

ถนนสายกว้างเป็นประจักษ์พยานความยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรปรัสเซียได้เป็นอย่างดี โดยผู้ริเริ่มให้ สร้างถนนสายนี้คือ ฟรีดริช วิลเฮล์ม ในปี 1647 ตัดตรงจากจัตุรัสพารีเซอร์พลัทซ์และประตูบรันเดนบูร์กผ่านมหาวิทยาลัยฮัมโบลด์ จัตุรัสบาเบิล ชตาทสโอเพอร์ นอยเออวาเคอ ไปจนถึงมหาวิหารแห่งเบอร์ลิน ความยาว 1.5 กิโลเมตรและกว้าง 60 เมตร

ในอดีตถนนสายนี้มักถูกใช้เป็นเวทีแสดงออกทางการเมือง งานสวนสนามไปจนถึงการประท้วงต่างๆ คาร์ล ฟรีดริช ซิงเคิล เป็นผู้ออกแบบอาคารบ้านเรือนริมสองฝั่งถนนให้สวยงามตามสไตล์สิ่งก่อสร้างแบบกรีกโรมันที่เขาถนัด น่าเสียดายที่หลายแห่งถูกทําลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ปัจจุบันได้รับการบูรณะซ่อมแซมให้สวยงามดังเดิมแล้ว ด้วยความร่มครึ้มของต้นไม้ใหญ่มีม้านั่งริมทางและร้านค้านานาชนิด ทําให้ถนนเส้นนี้น่าเดินเพลินชมเมืองไปได้เรื่อยๆ

คาร์ล ฟรีดริช ซิงเคล : 1781-1841 Karl Friedrich Schinkel

คาร์ล ฟรีดริช ซิงเคล : 1781-1841 Karl Friedrich Schinkel

สถาปนิกแห่งปรัสเซียผู้ออกแบบอาคารสิ่งก่อสร้างและปรับปรุง บูรณะอาคารมากมายในเบอร์ลินและพอตส์ดัมในสไตล์นีโอคลาสสิกและนีโอโกธิค เช่น Altes Museum, Neue Wache, Schloss Rosena ทําให้เบอร์ลินยังมีอาคารสิ่งก่อสร้างจากยุคก่อนให้เห็นจวบจนถึงปัจจุบัน

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เยอรมนี Deutsches Historisches Museum

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เยอรมนี Deutsches Historisches Museum

อยู่ในอาคารแบบบารอคที่ใหญ่และสวยงามที่สุดในเบอร์ลิน ดัดแปลงจากตึกที่เคยเป็นคลังแสง หรือซอยก์เฮ้าส์ (Zeughaus) เหนือประตูหน้าต่างทุกบานประดับด้วยหน้ากากมรณะแห่งนักรบของชลีทเทอร์ที่แตกต่างกัน 22 แบบ (22 giants’ masks by Andreas Schluter) ให้ได้เดินเลาะชม เป็น พิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่โตอีกแห่งหนึ่ง จัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์เยอรมนีและชาติยุโรปอื่นๆที่มักมี เหตุการณ์เกี่ยวข้องกัน เริ่มตั้งแต่ยุคหนึ่งร้อยปีก่อนคริสตกาล สมัยกลาง ยุคสงคราม 30 ปี สมัยปฏิวัติฝรั่งเศส จักรวรรดิเยอรมัน สงครามโลกครั้งที่ 1 สาธารณรัฐไวมาร์ สงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามเย็น จนถึงการรวมชาติในปี 1990

สิ่งของที่จัดแสดงตั้งแต่ของเก่าของสะสม งานศิลปะ เฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ สิ่งประดิษฐ์และ ภาพวาดภาพถ่ายเหตุการณ์สําคัญในช่วงต่างๆ ด้านหลังพิพิธภัณฑ์มีส่วนที่ต่อเติมเข้าไปเป็นอาคารสมัยใหม่กรุกระจกและทางเข้าเป็นบันไดวนล้อมด้วยกระจกทรงก้นหอย ผลงานการออกแบบของ ไอ.เอ็ม.เป่ย สถาปนิกเชื้อสายจีนอเมริกัน หวังให้เป็นสัญลักษณ์พิพิธภัณฑ์เช่นเดียวกับพีรามิด ทางเข้าพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ในกรุงปารีส

เวลาเปิด : ทุกวัน 10.00-18.00 .
ค่าเข้าชม : 8 ยูโร เยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี ชมฟรี

มหาวิหารเบอร์ลิน Berliner Dom

มหาวิหารเบอร์ลิน Berliner Dom

ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำชแปร (Spree) ตรงส่วนที่แม่น้ำแยกออกจากกันกลายเป็นเกาะ เป็นโบสถ์ในนิกาย โปรเตสแตนท์ที่ถือว่าหรูหราที่สุด ด้วยสถาปัตยกรรมแบบเรอเนสซองซ์ผสมบารอค โดดเด่นด้วย ยอดโดม 5 ยอด โดมใหญ่ตรงกลางสูงถึง 114 เมตร สร้างขึ้นครั้งแรกราวศตวรรษที่ 15 เคยเป็น โบสถ์ประจําราชวงศ์โฮเฮนซอลเลิร์น แล้วมีการสร้างทับครอบของเดิมอีกครั้งในปี 1894-1905 หลัง ที่เห็นในปัจจุบันเป็นหลังที่ได้รับการบูรณะใหม่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งได้รับความเสียหาย ไม่แพ้สิ่งก่อสร้างอื่นๆในเบอร์ลิน

ภายในมีแท่นบูชาและการประดับตกแต่งด้วยภาพเขียนแสดงเรื่องราวในพระคัมภีร์ รูปนกพิราบ สัญลักษณ์ของพระจิตที่ช่องแสงบนยอดโดม ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีสําคัญให้สมาชิกในราชวงศ์ ไม่ว่าจะเป็นพิธีเจิมน้ำมนต์ พิธีอภิเษกสมรส รวมทั้งสถานที่ฝังพระศพจักรพรรดิปรัสเซียและราชวงศ์อีกหลายพระองค์ และที่สวยงามโดดเด่นก็คือหีบพระศพพระเจ้าฟรีดริชที่ 1 กับพระนาง โซฟี ชาล็อตเต พระมเหสี นอกจากนี้ยังสามารถไต่บันได 270 ขั้นขึ้นไปชมยอดโดมและทิวทัศน์ เหนือกรุงเบอร์ลินได้รอบทิศทาง

เวลาเปิด : ทุกวัน 09.00-19.00 . วันอาทิตย์เปิด 12.00-19.00 . และอาจปิดในบางช่วงเวลาที่มีการประกอบพิธี
ค่าเข้าชม : 7.0 ยูโร
การเดินทาง : สถานีรถไฟ S-Bann ที่ใกล้ที่สุดคือ Hackescher Markt หรือ U-Bahn สถานี FranzOsische Strasse แวะจัตุรัส Gendarmenmarkt, Bebelplatz, มหาวิทยาลัยฮุมเบลด หรือไม่ก็นั่งรถเมล์สาย 100, 200, 147 248, 347, TXL จอดตรงจัตุรัส Lustgarten
เว็บไซต์ : 
www.berlinerdom.de