ตะลอนเที่ยวรอบกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงแห่งประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 4

พิพิธภัณฑ์โบเดอ Bode Museum

ตะลอนเที่ยวรอบกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงแห่งประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 4 : พิพิธภัณฑ์เยอรมันตะวันออก DDR Museum, มาร์กซ์ เอมเกลส์ ฟอรัม Marx Engels Forum, จัตุรัสอเล็กซานเดอร์ Alexanderplatz, หอคอยเบอร์ลิน Berlin Tower, ศาลาว่าการแดงแห่งเบอร์ลิน Berlin Rotes Rathaus, นาฬิกาโลก World Clock, เกาะพิพิธภัณฑ์ Museumsinsel, พิพิธภัณฑ์โบเดอ Bode Museum

พิพิธภัณฑ์เยอรมันตะวันออก DDR Museum

พิพิธภัณฑ์เยอรมันตะวันออก DDR Museum

ริมฝั่งแม่น้ำชแปรมีเรือล่องไปมาตลอดเวลา ส่วนใหญ่เป็นเรือพานักท่องเที่ยวชมทิวทัศน์ริมแม่น้ำและท่าเรือด้านหลังมหาวิหารเป็นที่ตั้งพิพิธภัณฑ์เยอรมันตะวันออก จัดแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของคนฝั่งตะวันออกภายใต้กรอบกําแพงตามการปกครองแบบสังคมนิยม พิพิธภัณฑ์เปิดตัวหลังจากการรวมประเทศได้ 10 ปี

สิ่งที่จัดแสดง อาทิ รถทราบี้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ทดลองเข้าไปนั่ง นอกนั้นเป็นข้าวของ รูปภาพ และข้อมูลต่างๆที่ทําให้เรานึกภาพออกว่าชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคมที่บอกว่า “ไม่มีความเหลื่อมล้ำในเรื่องของรายได้” เพราะผลผลิตทุกอย่างรัฐบาลจะเป็นผู้คอยจัดสรรให้เอง แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดไปแน่ๆก็คือ “สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน” และพวกเขาต้องอยู่ในกรอบวงล้อมของกําแพงที่คอยปิดกั้นอิสรภาพ

เวลาเปิด : ทุกวัน 10.00-20.00 . วันเสาร์ เปิดถึง 22.00 .
ค่าเข้าชม : 9.8 ยูโร
เว็บไซต์ : www.ddr-museum.de

มาร์กซ์ เอมเกลส์ ฟอรัม Marx Engels Forum

มาร์กซ์ เอมเกลส์ ฟอรัม Marx Engels Forum

ริมถนนฝั่งตรงข้าม DDR Museum เป็นที่ตั้งรูปปั้นสองผู้นําทางความคิดในระบบสังคมนิยม คือ คาร์ล มาร์กซ์ (Kart Mark – 1818-1883) และ ฟรีดริช เองเกลส์ (Fredrich Engels : 1820-1895) ท่านแรกได้สรุปแนวคิดไว้ในบรรทัดแรกของคําประกาศเจตนาคอมมิวนิสต์ว่า “ประวัติศาสตร์ทั้งหลายของสังคมที่ผ่านมาล้วนเป็นเรื่องการต่อสู้ระหว่างชนชั้น” ภายหลังการรวมประเทศเยอรมนี้กลายเป็นสังคมแบบทุนนิยม จึงมีความพยายามนํารูปปั้นนี้ออกไป อย่างไรก็ตามทั้งสองท่านได้รับการยอมรับว่าเป็นนักปฏิวัติสังคมและทฤษฎีการต่อสู้ระหว่างชนชั้น

จัตุรัสอเล็กซานเดอร์ Alexanderplatz

จัตุรัสอเล็กซานเดอร์ Alexanderplatz

จัตุรัสอเล็กซานเดอร์ คือบริเวณอันกว้างใหญ่รอบสถานีรถไฟ Alexanderplatz ซึ่งเคยเป็นสถานที่อัน แสดงถึงความรุ่งโรจน์ทันสมัยที่สุดของอดีตเยอรมันตะวันออก อาคารสถานที่หลายแห่งยังมีเหลือไว้ให้ชม ชื่อจัตุรัสตั้งตามพระนามพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 แห่งรัสเซียที่เคยเสด็จมาเยือนเบอร์ลินเมื่อปี 1805 ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการคมนาคม มีทั้งรถไฟ S-Bahn, U-Bahn และรถรางวิ่งผ่านหลายสาย และสถานที่สําคัญอีกหลายแห่ง คือ

หอคอยเบอร์ลิน Berlin Tower

หอคอยเบอร์ลิน Berlin Tower

หรือแฟร์นเซทูร์ม (Fernsehturm) สร้างขึ้นระหว่างปี ค..1965-1969 ให้เป็นหอส่งสัญญาณ โทรทัศน์สัญลักษณ์สําคัญแสดงถึงความเจริญของเยอรมันตะวันออกในยุคนั้น ด้วยความสูงเสียดฟ้า ถึง 368 เมตร จึงยังคงเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในเบอร์ลินจนถึงทุกวันนี้ ตรงกระเปาะทรงกลมเปิด เป็นจุดชมวิวที่ระดับความสูง 203 เมตร โดยมี TeleCafe ร้านอาหารที่อยู่สูงขึ้นไปอีกชั้นจะหมุน รอบตัวเองให้ชมทิวทัศน์ได้รอบด้านด้วยเวลาหมุนรอบละ 30 นาที

เปิด 09.00-24.00 .
ค่าขึ้นหอคอย 16.5 ยู
www.tv-turm.de

ศาลาว่าการแดงแห่งเบอร์ลิน Berlin Rotes Rathaus

ศาลาว่าการแดงแห่งเบอร์ลิน Berlin Rotes Rathaus

ตึกอิฐแดงทางใต้ของจัตุรัสเป็นที่ทําการรัฐเบอร์ลินซึ่งมีฐานะเทียบเท่าหนึ่งรัฐ นายกเทศมนตรีทํางานที่นี่ และเป็นที่ตั้งของสภาสูง (Senate) อาคารหลังนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1861 ในสมัยพระเจ้าวิลเฮล์มที่ 1 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิกผสมเรอ เนสซองซ์ โดยมีหอคอยสูง 74 เมตรตั้งสูงโดดเด่นอยู่เหนืออาคาร

อดีตเคยเป็นที่ทําการรัฐบาลในยุคก่อตั้งอาณาจักรไรซ์ ที่ 1 อีกด้วย ด้วยตัวตึกที่เป็นสีแดงไปทั้งหลัง บางครั้งจึงเรียกศาลาว่าการแห่งนี้ว่า “ศาลาว่าการแดง” (Red Town Hal) ส่วนน้ำพุที่ตั้งอยู่กลางจัตุรัสตรงข้ามศาลาว่าการแดงมีชื่อว่า น้ำพุเนปจูน เป็นของดั้งเดิมที่อยู่รอดปลอดภัยผ่านสงครามมาได้ตั้งแต่แรก สร้างเมื่อปี 1969 ทางฝั่งเหนือมีโบสถ์ซังต์มาเรียน (St. Marien) สร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1270 จึงนับว่าเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่อันดับสองในเบอร์ลินรองจากโบสถ์นิโคไล (Nikolaikirche) ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลทางใต้จัตุรัสแห่งนี้

นาฬิกาโลก World Clock

นาฬิกาโลก World Clock

จัตุรัสทางตะวันออกสถานีรถไฟมีสิ่งก่อสร้างที่โดด เด่นที่สุดคือ “นาฬิกาโลก” สร้างขึ้นพร้อมๆกับ หอโทรทัศน์ บนนาฬิกาที่หมุนรอบตัวได้มีชื่อเมืองสําคัญทั่วโลกพร้อมเข็มชี้บอกเวลาที่ต่างกันไปในแต่ละไทม์โซน

รอบจัตุรัสฝั่งนี้ดูทันสมัยมีร้านค้า ร้านอาหาร ศูนย์การค้า Galleria Kaufhof โรงแรม Park Inn เป็นที่ตั้ง Berlin Tourist Info อีกสาขา และกิจกรรมความบันเทิงต่างๆที่มักจัดขึ้นบนลานกว้างทางฝั่งนี้ รวมทั้งรถรางหลายสายก็มี ต้นทางเริ่มต้นจากที่นี่ให้เราเข้าไปสํารวจอดีตฝั่ง ตะวันออกที่อยู่ลึกเข้าไป ซึ่งยังมีจุดประวัติศาสตร์ให้ไปค้นหาอีกหลายแห่ง

การเดินทางไปจัตุรัสอเล็กซานเดอร์ : สถานีรถไฟ S-Bahn /U-Bahn สถานี Alexanderplatz

เกาะพิพิธภัณฑ์ Museumsinsel

เกาะพิพิธภัณฑ์ Museumsinsel

โครงการเกาะพิพิธภัณฑ์เกิดขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าวิลเฮล์มที่ 3 พระองค์ทรงต้องการ ให้เบอร์ลินเป็นศูนย์กลางทางศิลปะและวัฒนธรรมของยุโรป เปิดโอกาสให้ประชาชนพลเมืองได้ สัมผัสงานศิลปะและของสะสมอันเป็นสมบัติของราชสํานักได้อย่างใกล้ชิด จึงได้ปรับปรุงพื้นที่ทาง ด้านเหนือเกาะกลางแม่น้ำสแปรอันเป็นส่วนหนึ่งของเขตพระราชวัง แต่หลังจากนั้นได้เกิดสงครามมาโดยตลอด

ประเทศถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย โครงการนี้จึงได้ชะลอไปหลังรวมประเทศได้สําเร็จรัฐบาลเยอรมันจึงได้รื้อฟื้นโครงการนี้ปรับปรุงอาคารสถานที่เป็นพิพิธภัณฑ์แล้วเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมได้อีกครั้ง ปัจจุบัน (ปี 2019) มีพิพิธภัณฑ์เปิดบนเกาะแห่งนี้ 5 แห่ง จากตอนบนของเกาะลงไปทางใต้จนถึงจัตุรัสลุสท์การ์เดินหน้ามหาวิหาร คือ

1. Pergamonmuseum (Pergamon Museum)
2. Bode-Museum
3. Neues Museum (New Museum)
4. Alte Nationalgalerie (Old National Gallery)
5. Altes Museum (Old Museum)

และในปี 1999 บริเวณเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island) แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นเขต มรดกโลกทางวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโกด้วย Berlin Welcome Card ชนิด 3 วัน + Museum Island ใช้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ทั้งห้านี้ได้ฟรี นอกจากนี้ยังมีตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้ทั้ง 5 แห่งราคา 12 ยูโร ใช้เข้าชมเพียง 2 แห่งก็คุ้มค่าแล้ว และเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปียังเข้าชมได้ฟรีอีกด้วย

การเดินทาง : สถานีรถไฟ S-Bahn ใกล้ที่สุดคือ Hackescher Markt และ Friedrichstr U6 สถานี Friedrichstrasse
เว็บไซต์ : www.smb.museum

พิพิธภัณฑ์โบเดอ Bode Museum

พิพิธภัณฑ์โบเดอ Bode Museum

เดิมชื่อ Kaiser Friedrich Museum ในอาคารที่งดงามตามสไตล์บารอค เริ่มต้นสร้างในปี 1897 เปิดให้ประชาชนเข้าชมครั้งแรกเมื่อปี 1904 ได้รับความเสียหายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงหยุดบริการไป หลังจากนั้นจึงได้บูรณะเปิดให้เข้าชมอีกครั้งในปี 2006 และเปลี่ยนชื่อเป็น Bode Mesuem ตามชื่อผู้ก่อตั้งในครั้งแรกคือ วิลเฮล์ม ฟอน โบเดอ (Wilheim Von Bode : 1845-1929) นักประวัติศาสตร์ศิลปะผู้มีชื่อเสียงของเบอร์ลิน

ภายในมีงานศิลปะจําพวกรูปปั้นงานประติมากรรมเป็นส่วนใหญ่ โดยเป็นศิลปะในยุคไบเซนไทน์ (Byzantine Art) ยุคกลางจนถึงศตวรรษที่ 18 นอกจากนี้ยังมีคอลเล็คชั่นเหรียญสะสมจากยุคสมัยต่างๆ (Numismatic Collection) ให้ชมไม่ต่ำกว่า 4,000 เหรียญ ส่วนพระบรมรูปทรงม้าที่เห็นอยู่ กลางห้องโถงตามภาพบนเป็นรูปปั้นจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 2

เวลาเปิด : ทุกวัน 10.00-18.00 . วันพฤหัส เปิดถึง 20.00 .
ค่าเข้าชม : 12 ยูโร