ตะลอนเที่ยวรอบกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงแห่งประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 6

ถนนคูเฟอร์สเทนดัมม์ Kurfürstendamm

ตะลอนเที่ยวรอบกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงแห่งประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 6 : อิสต์ไชต์แกลเลอรี East Side Gallery, เบอร์ลินฝั่งตะวันตก West BERLIN, ถนนคูเฟอร์สเทนดัมม์ Kurfürstendamm, จัตุรัสไบรท์ไซด์ (Breitscheidplatz), พระราชวังชาร์ล็อตเทนบร์ก Schloss Charlottenburg, AMPELMANN สัญญาณไฟข้ามถนนคนตัวจิ๋ว

อิสต์ไชต์แกลเลอรี East Side Gallery

อิสต์ไชต์แกลเลอรี East Side Gallery

แกลเลอรีกลางแจ้งแห่งนี้อยู่ทางตะวันออกกรุงเบอร์ลินระหว่างสถานี Ostbahnhof กับ Warschauer Strasse รอบๆบริเวณยังมีอาคารบ้านเรือนจากยุคสังคมนิยมให้เห็นอยู่ และมักถูกขีดเขียนพ่นสีตาม ฝาผนังเป็นลวดลายศิลปะแปลกๆที่บรรดาผู้คนได้ระบายออกหลังถูกปิดกันทางความคิด อีสต์ไซต์แกลเลอรี เป็นการแสดงผลงานศิลปะบนกําแพงเบอร์ลินในส่วนที่อนุรักษ์ไว้ได้ยาวที่สุดริมฝั่งแม่น้ำสแปร 1.3 กิโลเมตร ด้วยการเชิญศิลปิน 118 คนจาก 20 ประเทศทั่วโลกร่วมระบายสีวาดภาพลงบนกําแพงเบอร์ลิน ภาพที่ออกมาส่วนใหญ่เป็นภาพสะท้อนความรู้สึกต่อคนเยอรมันตะวันออกที่อยู่ภายใต้กรอบกําแพงเบอร์ลินที่โหยหาอิสรภาพที่หาไม่ได้ในโลกสังคมนิยม

อิสต์ไชต์แกลเลอรี East Side Gallery

ภาพที่โดดเด่นก็มี ภาพจูบปากระหว่างนายพล Erich Honecker ผู้นําเยอรมันตะวันออก กับนายพล Leonid Brezhney ผู้นําสหภาพโซเวียต ภาพรถทราบี้พุ่งชนกําแพงออกมา โดยป้ายทะเบียน NOV 9-89 หมายถึงวันที่กําแพงเบอร์ลินพังทลาย ภาพทางบายพาสสู่ประเทศญี่ปุ่นโดยมีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังภาพทหารแปรพักตร์กระโดดข้ามรั้วลวดหนามออกมา ภาพนกพิราบ 2 ตัวคิ้วประตูบรันเดนบูร์ก

นอกนั้นเป็นภาพผู้นําหรือบุคคลผู้มีชื่อเสียงในการเรียกร้องสันติภาพมาสู่โลก เช่น เนลสัน แมนเดลล่า, จอห์น เลนนอน และปัจจุบันทุกวันนี้ก็ยังเป็นที่ระบายความรู้สึกของนักท่องเที่ยวที่มักขีดเขียนข้อความเพิ่มลงไป ทําให้กําแพงสีจืดๆกลายเป็นกําแพงที่มีสีสันเป็นแหล่งท่องเที่ยวสําคัญอีกแห่งของเบอร์ลินมาอย่างยาวนาน ภาพรถทราบพุ่งออกมาจากกําแพงเบอร์ลิน

ริมกําแพงมีร้านขายของที่ระลึกอยู่ร้านหนึ่งของ ที่ขายมีทั้งโปสการ์ดภาพเขียนจากกําแพง เสื้อยืด พวงกุญแจ เหรียญที่ระลึก ธงชาติ ทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกับกําแพงแห่งนี้และยังมีบริการประทับ ตราข้ามพรมแดนบนพาสปอร์ตด้วย

เบอร์ลินฝั่งตะวันตก West BERLIN

เบอร์ลินฝั่งตะวันตก West BERLIN

คราวนี้ลองมาดูสถานที่ท่องเที่ยวกรุงเบอร์ลินฝั่งตะวันตกกันบ้าง อาจเริ่มต้นที่ Hauptbahnhof แล้วนั่งรถไฟ S-Bahn สถานี Bellevue, Tiergarten, Zoologischer หรือไม่ก็นั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานีที่ตั้งอยู่บนถนน Kurferstendamm รวมทั้งรถบัสสาย 100, 106 หรือ 187 จากประตูบรันเดนบูร์กวิ่งตัดผ่านสวนสาธารณะเทียร์การ์เทิน (Tiergarten) อันกว้างใหญ่ไปตามถนน Strasse des 17 Juni จนถึงสถานี Zoologischer ระหว่างทางอาจแวะชมอนุสาวรีย์แห่งชัยชนะ (Seiecessaule) กลางวงเวียนสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 19

ขณะนั้นกรุงเบอร์ลินถูกสถาปนาให้เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรปรัสเซีย เป็นเสากลมสูง 66 เมตร ยอดบนสุดประดับด้วยรูปปั้นเทพแห่งชัยชนะสีทองเหลืองอร่าม มือขวาชูพวงมาลัยใบมะกอก มือขวาถือหอกชี้ขึ้นฟ้า เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะที่มีเหนืออาณาจักรข้างเคียงทั้งออสเตรียและฝรั่งเศส เดิมตั้งประดับอยู่หน้าอาคารรัฐสภา ก่อนย้ายมาที่นี่ในปี 1939 โดยรัฐบาลนาซี สามารถขึ้นไปชมทิวทัศน์ด้านบนได้ด้วยบันได 285 ขั้น (เปิดทุกวัน 09.30-18.30 . เสาร์อาทิตย์ เปิดถึง 19.00 . ฤดูหนาวปิดเร็วขึ้น 1 ชั่วโมงครึ่ง ค่าขึ้นชม 3 ยูโร)

เทียร์การ์เทน อดีตเขตล่าสัตว์ของราชวงศ์ ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นสวนสาธารณะกลางเมืองเมื่อราวร้อยปีที่แล้ว ภายในมีป่าไม้ที่ร่มครึม ทะเลสาบ คลอง อนุสาวรีย์ รูปปั้น และสถานที่สําคัญอีกหลายแห่ง เช่น ชลอสส์เบลล์รู (Schloss Bellevue) อดีตวังราชวงศ์โฮเฮนซอลเลิร์น ปัจจุบันเป็นที่พํานักประธานาธิบดีเยอรมนีอย่างเป็นทางการ จึงไม่เปิดให้เข้าชมและมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

สวนสัตว์ซูโลกิสเซอร์การ์เทิน (Zoologischer Garten) หรือสวนสัตว์เบอร์ลิน พระเจ้าฟรีดริช วิลเฮล์มที่ 4 ทรงอนุญาตให้ชาวเมืองเข้าชมสัตว์เลี้ยงส่วนพระองค์ได้ ในปี 1842 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สัตว์จํานวนมากได้ล้มหายตายจากไป แต่ปัจจุบันนับเป็นสวนสัตว์ที่ใหญ่อีกแห่งหนึ่งของโลก มีสัตว์อาศัยอยู่ถึง 14,000 ตัว 1,500 ชนิด รวมทั้งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ (เวลาเปิด ทุกวัน 09.00-18.30 . ระหว่าง ต..-มี.. เปิด ถึง 16.30 . ค่าเข้าชมสวนสัตว์ 15.5 ยูโร ตัวรวมอควาเรียม 21 ยูโร เด็กลดครึ่งราคา)

ถนนคูเฟอร์สเทนดัมม์ Kurfürstendamm

ถนนคูเฟอร์สเทนดัมม์ Kurfürstendamm

หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าถนน “คูร์ดัมม์” เป็นถนนช้อปปิ้งที่สําคัญของเบอร์ลิน เดิมเป็นเพียงทางตัดเข้าป่าล่าสัตว์ของเจ้าเมืองในศตวรรษที่ 16 ต่อมาบ้านเมืองเจริญขึ้น บิสมาร์คจึงมีคําสั่งให้สร้างถนน สายนี้ให้เป็นถนนสายหลักในเมืองหลวงใหม่ของอาณาจักรไรซ์ เลียนแบบถนนชองซ์เอลิเซ่อันหรูหราของปารีส น่าเสียดายที่อาคารบ้านเรือนจากยุคกลางโดนทําลายไปหมดแล้วตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 อาคารที่ผุดขึ้นมาแทนที่จึงเป็นอาคารสมัยใหม่ เป็นที่ตั้งสํานักงาน ห้างร้าน ภัตตาคาร ร้านอาหาร โรงแรม และสถานบันเทิง ด้วยบรรยากาศที่น่าเดินเป็นถนนทันสมัยที่สุดของเมืองเลยก็ว่าได้

จัตุรัสไบรท์ไซด์ (Breitscheidplatz)

จัตุรัสไบรท์ไซด์ (Breitscheidplatz)

ใกล้สถานี Zoologischer Garten เป็นที่ตั้งของ โบสถ์ไกเซอร์ วิลเฮล์ม (Kaiser Wilhelm Gedächtniskirche) สร้างขึ้นในปี 1895 เพื่อระลึกถึงจักรพรรดิ วิลเฮล์มที่ 1 ผู้เป็นที่รักของชาวเยอรมัน ปัจจุบันเหลือเพียงหอระฆังตั้งโด่เด่อยู่กลางจัตุรัสคู่กับหอคอยทรงหกเหลี่ยม และโบสถ์ใหม่ทรงกล่องหลายเหลี่ยม หรือที่รู้จักกันในชื่อโบสถ์สีน้ำเงิน ใช้ เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา

ใกล้ๆกันมีน้ำพุขนาดใหญ่ วาสเซอร์คลอพส์ (Wasserktops) สร้างขึ้นในปี 1983 โดยประติมากร นามว่า ชเม็ทเทา (Schmettau) รอบจัตุรัสมีคาเฟ่ ร้านกาแฟ และซุ้มขายอาหาร ผู้คนนิยมไปนั่ง พักผ่อน บางครั้งมีนักดนตรีเร่หรือศิลปินมาตั้งแผงขายผลงานศิลปะฝั่งตะวันออกเป็น ออยโรปา เซ็นเตอร์ (Europa Center) เห็นตราสัญลักษณ์รูปดาวห้าแฉกรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์หมุนอยู่บนยอดตึก ภายในมีร้านค้า ซุปเปอร์สโตร์ ร้านอาหาร และสถานบันเทิง

ยังมีอีกห้างที่น่าสนใจบนถนนสายนี้คือ เคาฟ์เฮาส์ เดส เวสเทินส์ (Kaufhaus des Westens) หรือที่ เรียกสั้นๆว่า คาเดเว (KaDeWe) ตั้งอยู่ที่จัตุรัสวิท เทนแบร์เกอร์ (Wittenbergerplatz) อันเป็นที่ตั้ง สถานีรถไฟใต้ดินชื่อเดียวกัน ถัดไปทางตะวันตกยังมีห้างใหญ่ Karstadt อยู่ตรงจัตุรัส Joachimsthaler Platz

การเดินทาง : S3, S5, S7, S75 สถานี Zoologischer Garten ใกล้จัตุรัส Breitscheidplatz / U1, U2, U3 สถานี Wittenbergerplatz, Kurferstendamm, Uhlandstr

พระราชวังชาร์ล็อตเทนบร์ก Schloss Charlottenburg

พระราชวังชาร์ล็อตเทนบร์ก Schloss Charlottenburg

ตั้งอยู่ในเขตชาร์ลอตเทนบูร์กทางตะวันตกกรุงเบอร์ลิน เขตที่เคยเป็นเมืองอิสระก่อนจะรวมเข้ากับ กรุงเบอร์ลินในยุคอาณาจักรไรซ์ ตั้งชื่อตามพระนาม พระราชินีโซฟี ชาร์ลอตต์ (Electress Sophie Charlotte : 1668-1705) พระอัยยิกาของพระเจ้าฟรีดริชที่ 2 หรือพระเจ้าเฟดเดอริกมหาราชแห่ง ปรัสเซีย สร้างขึ้นในปี 1695 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบบารอค มีการต่อเติมให้ใหญ่โตโอ่อ่าในศตวรรษ ที่ 18 และฟื้นฟูขึ้นใหม่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์

ภายในมีห้องหับที่ตกแต่งสไตล์บารอค จีน และญี่ปุ่นประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์อันหรูหราแบบรอคโคโค รวมทั้งของสะสมจําพวกข้าวของเครื่องใช้มีค่าราคาแพงไม่ว่าจะเป็นเครื่องเงิน เพชรพลอย และอัญมณีล้ำค่า รวมทั้งภาพวาดและรูปปั้นของศิลปินชื่อดังมากมายหลายคน และพิพิธภัณฑ์ศิลปะวัตถุโบราณและพิพิธภัณฑ์อียิปต์ก็เคยตั้งอยู่ที่นี่ ก่อนย้ายไปจัดแสดงที่ Neues Museum บนเกาะพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน

เวลาเปิด : อังคารอาทิตย์ 10.00-17.30 . ฤดูหนาวเปิดถึง 16.30 . ปิดวันจันทร์
ค่าเข้าชม : 12 ยูโร
การเดินทาง : U6 สถานี Richard-Wagner Platz เดินต่อตามถนน Otto-Suhr-Ailee 5-10 นาที หรือนั่งรถเมล์สาย 109, 309

AMPELMANN สัญญาณไฟข้ามถนนคนตัวจิ๋ว

AMPELMANN สัญญาณไฟข้ามถนนคนตัวจิ๋ว

สัญลักษณ์ไฟข้ามถนนรูปคนจิ๋วยืนกางแขนบนไฟสัญญาณสีแดง และคนจิ๋วเดินจ้ำอ้าวบนไฟเขียว เป็นไฟสัญญาณมรดกตกทอดจากยุคเยอรมันตะวันออก ออกแบบโดย คาร์ล เพ็กเลา (Karl Peglau) เมื่อปี 1961 หลังรวมประเทศ สัญลักษณ์นี้เกือบถูกเลิกใช้ไปเนื่องจากบางคนมองว่าเป็นสัญลักษณ์ ระบบสังคมนิยม แต่ปัจจุบันยังเหลือให้เห็นอยู่โดยทั่วไป และกลายมาเป็นของที่ระลึกสัญลักษณ์การมาเยือนเบอร์ลินวางขายอยู่ทั่วไปทั้งพวงกุญแจ เสื้อยืด ปากกา กระเป๋า แก้วกาแฟ หมวก ฯลฯ โดยมี AMPELMAN Shop ที่ Hackescher Hofe (ใกล้สถานี Hackescher Markt) และสาขา In DomAquree ใกล้ DDR Museum มีคอลเล็คชั่น ให้เลือกอย่างจุใจ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ampelmannshop.com