Lutherstadt Wittenberg เมืองแห่งนักปฏิรูปศาสนาผู้ยิ่งใหญ่

เมืองของลูเธอร์ Lutherstadt WITTENBERG

ลูเธอร์ชตัดท์ วิทเทนแบร์ก เมืองชื่อยาวแห่งนี้ตั้งชื่อเป็นที่ระลึกให้กับ มาร์ติน ลูเธอร์ (Martin Luther : 1483-1546) นักปฏิรูปศาสนาผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้ใช้โบสถ์ในเมืองแห่งนี้ติดคําประณามท้าทายอํานาจพระสันตะปาปาและปฏิเสธสถานะพิเศษของนักบวชที่อ้างตนว่าเป็นสื่อกลางระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ นํามาซึ่งสงครามศาสนากินเวลานานถึง 30 ปี

เมืองของลูเธอร์ Lutherstadt WITTENBERG

เมืองของลูเธอร์ Lutherstadt WITTENBERG

วิทเทนแบร์ก เป็นเมืองเล็กๆทางใต้เบอร์ลินในเขตรัฐ Sachen-Anhalt หรือแซกโซนีตอนบน (เมืองหลวงของรัฐคือ Magdeburg) โดยอยู่ระหว่างทางไปไลพ์ซิก การเดินทางไปเที่ยวเมืองนี้ทําได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เพราะรถไฟ ICE ที่มุ่งลงทางใต้ผ่านไลพ์ซิกทุกขบวนล้วนจอดที่เมืองนี้ อาจเจียดเวลาสักครึ่งวันสําหรับการเดินชมเมืองเล็กน่ารักที่มีประชากร ราว 53,000 คน แต่ชื่อเสียงของเมืองในหมู่คนชนชาติยุโรปต่างก็รู้จักกันดี เนื่องจากเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์ยุโรปอันเนื่องมาจากการปฏิรูปศาสนาที่ลุกลามไปยังดินแดนอื่นๆทั่วยุโรปนั่นเอง และในปี 1996 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นพื้นที่มรดกโลกอีกด้วย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.wittenberg.de

เดินทางไปวิทเทนแบร์ก

รถไฟ ICE จาก Berlin HBF ถึงสถานี Lutherstadt Wittenberg HBF 40 นาที มีรถชั่วโมงละ 2 เที่ยว

• รถไฟ RE3 จาก Berlin HBF ถึง Lutherstadt Wittenberg HBF 1 ชั่วโมง 25 นาที

เมื่อไปถึงจากสถานีรถไฟสามารถเดินเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที หรือนั่งรถบัส สาย 304 เข้าไป รถออกทุก 15 นาที

ถนนสายหลักที่มุ่งเข้าสู่ใจกลางเมืองเก่าวิทเทนแบร์ก คือ Fischerstrasse ต่อกับถนน Judenstrasse และ Collegien Strasse เดินไปตามถนนเส้นใดก็จะนําไปสู่จัตุรัสศาลากลางและปราสาท เห็นหอคอยสูงตระหง่านอยู่ทางตะวันตกสุดของตัวเมือง แต่ถ้าจะตามรอยเส้นทางของลูเธอร์ให้เริ่มต้นที่ถนนเส้นหลัง สิ่งแรกที่เห็นคือ ลูเธอร์โอ๊ค (Luther’s Oak) บนลานเล็กๆ ที่ซึ่งลูเธอร์ใช้เป็นสถานที่เผาโองการพระสันตะปาปาเมื่อปี 1520

เยื้องกันคือ ลูเธอร์เฮาส์ (Lutherhaus) มาร์ติน ลูเธอร์ เคยพักอาศัยเมื่อครั้งเป็นนักบวชใหม่ๆในโบสถ์ประจํา เมืองในปี 1508 และอีกครั้งตอนได้รับพระราชทานจากเจ้าอิเล็คเตอร์ฟรีดริช ในปี 1525 แล้วพักอาศัยอยู่จนถึง ปี 1535 ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการปฏิรูปศาสนา ซึ่งลูเธอร์และเพื่อนร่วมงานได้ใช้ เป็นสถานที่แปลพระคัมภีร์ (เปิดทุกวัน 09.00-18.00 . ..-มี.. เปิด 10.00-17.00 . และปิดวันจันทร์)

ถัดมาอีกบนถนนเส้นเดียวกันมีบ้านผู้ร่วมงานลูเธอร์อยู่อีก 2 ท่านคือ บ้านเมอลันซ์ทอน (Melanchtonhaus) ของ Philipp Melanchthon (1497-1560) กับบ้านครานาค (Cranachhaus) ของ Lucas Cranach the Elder (14721553) ท่านแรกเป็นนักเทววิทยา ท่านหลังเป็นจิตรกรเพื่อนสนิทที่ทํางานเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับลูเธอร์

ทั้งสองหลังจัดเป็นพิพิธภัณฑ์มีภาพวาดเกี่ยวกับเรื่องราวทางศาสนาให้ชมจัตุรัสศาลากลางเป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์มาร์ติน ลูเธอร์ กับ ฟิลิปป์ เมอลันซ์ทอนอยู่คนละด้าน รอบจัตุรัสมีอาคารสวยงามจากยุคกลาง ปัจจุบันเปิดเป็นร้านค้า ร้านกาแฟน่านั่งท่ามกลาง บรรยากาศเมืองที่น่ารักและบรรยากาศดี ร้านของฝากของที่ระลึกที่เกี่ยวกับบุคคลสําคัญทั้งสามของเมืองดังกล่าวข้างต้นก็มีให้เห็นอยู่ทั่วเมือง นี่คือบ้านของลูเธอร์ ที่ชาวเมืองพร้อมใจกันยกย่องให้เป็นวีรบุรุษและสัญลักษณ์ของเมืองแม้เขาจะไม่ได้เกิดที่เมืองนี้ก็ตาม

ยอดหอคอยคู่ที่เห็นตั้งอยู่เบื้องหลังอาคารในจัตุรัสศาลากลางนั้นคือ โบสถ์ซังต์มารีน (Stadtkirche St.Marien) โบสถ์ประจําเมืองสไตล์โกธิคที่ลูเธอร์เคยเทศน์เป็นประจํา และถือเป็นโบสถ์ที่ปรับเปลี่ยนเป็นโบสถ์โปรเตสแตนท์แห่งแรกของโลกในปี 1521 ภายในมีแท่นบูชาที่ออกแบบโดย ลูคัส ครานาค ดิเอลเดอร์ พร้อมบุตรชาย รวมทั้งภาพวาดของเมอลันซ์ทอน (เปิด 10.00-17.00 . วันอาทิตย์เปิด 11.30-17.00 . ชมฟรี)

จากจัตุรัสศาลากลางเดินต่ออีกนิดเดียวก็จะถึง ชลอสส์เคียร์เค่อ (Schlosskirche) หรือโบสถ์ของปราสาทหอคอยเป็นโดมรูปมงกุฏ สร้างตั้งแต่ปี 1507 เป็นที่ประทับของเจ้าอีเล็คเตอร์ เปิดให้ขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ (เปิด 10.00-17.00 . ค่าขึ้น 2 ยูโร) ส่วนโบสถ์เป็นสถานที่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปศาสนา เมื่อลูเธอร์ติดคําประณาม 95 ข้อที่ประตูของโบสถ์เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 1517 ต่อต้านพฤติกรรมเสื่อมของนิกายคาทอลิก ไม่ว่าเรื่องการขายใบไถ่บาปหรือความหรูหราฟุ่มเฟือยของนักบวชอันมีสาเหตุมาจากการลุกฮือของชาวนาในหลายประเทศของยุโรป รวมทั้งในเยอรมนี

อีก 3 ปีต่อมาลูเธอร์ถูกพระสันตะปาปาขับออกจากศาสนา เขาจึงหลุดพ้นจากอํานาจของคาทอลิก การปฏิรูปจึงเริ่มขึ้นเมื่อเขานําโองการพระสันตะปาปาและระเบียบแคนอนซึ่งเป็นรากฐานของกฎ หมายยุคกลางที่ลานต้นโอ๊คทางตะวันออกของตัวเมืองใกล้กับบ้านของเขา ข่าวนี้แพร่ไปอย่างรวดเร็ว ลูเธอร์ได้สร้างแนวคิดใหม่เกี่ยวกับความเป็นพระ ซึ่งหมายความรวมถึงผู้มีความเชื่อศรัทธาที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้คนหลายระดับตั้งแต่ชนชั้นกรรมกร ชาวนาไปจนถึงขุนนางชั้นล่าง จนนำไปสู่การสู้รบกับกองกําลังของผู้ปกครองเมืองที่มีอาวุธเหนือกว่าทําให้ชาวนาล้มตายไปกว่าแสนคนในปี 1526

ผลก็คือศาสนาคริสต์ถูกแบ่งออกเป็น 2 ขั้วคือ คาทอลิกกับโปรเตสแตนท์ และแนวคิดของลูเธอร์ก็ถือว่าเป็นนิกายย่อยของโปรเตสแตนท์ เรียกว่ากลุ่มลูเธอรันโปรเตสแตนท์ ปัจจุบันมีผู้นับถือราว 66 ล้านคนจากผู้นับถือโปรเตสแตนท์ทั่วโลกราว 340 ล้านคน

มาร์ติน ลูเธอร์ กับการปฏิรูปศาสนา

มาร์ติน ลูเธอร์ กับการปฏิรูปศาสนา

มาร์ติน ลูเธอร์ (1483-1546) เกิดและเสียชีวิตที่เมือง ไอส์เลเบิน (Eisleben) อนุสาวรีย์ของเขาตั้งอยู่จัตุรัสตลาดเป็นสิ่งเตือนใจให้ชาวเมืองระลึกถึงบรุษนักปฏิรูปศาสนาชื่อก้องโลกคนนี้ แต่ร่างของเขากับเพื่อนร่วมงาน เมอลันซ์ ทอน ถูกฝังอยู่ที่ชลอสส์เคียร์เค่อในวิทเทนแบร์ก ครอบครัวลูเธอร์มีฐานะยากจน ในวัยเด็กเขาต้องเทียวร้องเพลงขอเงินตามบ้านต่างๆในเมืองไอเซนนาค (Eisenach) เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน จนกระทั่งมีผู้เมตตาอุปถัมภ์จึงได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยสาขาเทววิทยา วรรณคดี และดนตรี จนกระทั่งสําเร็จการศึกษา

ด้วยความยึดมั่นที่จะเป็นนักบวช จึงได้ไปอยู่ในอารามคณะออกัสติเนียน เมืองวิทเทนแบร์ก เมื่อปี 1505 ตั้งใจศึกษาคัมภีร์ไบเบิลอย่างเข้าใจแจ่มแจ้ง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นบาทหลวงเทศน์ที่โบสถ์ประจําเมือง ในปี 1511 มีโอกาสไปแสวงบุญที่กรุงโรม จึงได้พบเห็นชีวิตพระสันตะปาปาที่ใช้ชีวิตอย่างหรูหราในวังที่ใหญ่โต ซึ่งเขาเห็นว่านักบวชไม่ควรใช้ชีวิตแบบนั้น ความรู้สึกไม่พอใจของเขาเกิดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อพระสันตะปาปาเลโอที่ 20 ต้องการระดมทุนสร้างโบสถ์หลังใหม่ให้สมกับตําแหน่งในปี 1515 จึงได้ขายใบไถ่บาป แม้แต่ผู้ที่ได้ทําผิดหนักหนาสาหัสขนาดไหนก็สามารถใช้เงินซื้อใบไถ่บาปได้ง่ายๆ จนทําให้ในปี 1517 เขาจึงได้ติดคําประณาม 95 ข้อ ไว้ที่ประตูโบสถ์ชลอสส์เคียร์เค่อในเมืองวิทเทนแบร์ก

ปี 1520 ลูเธอร์ ถูกขับออกจากศาสนาและอาณาเขตการปกครองของคริสตจักรโรมันคาทอลิก จึงต้องหนีไปอยู่ที่เมืองโวร์มส์ (Worms) ริมฝั่งแม่น้ำไรน์ ณ ที่นี่เขาได้แถลงแนวคิดในการต่อสู้กับศาสนจักรจึงถูกจับตัวไปพิพากษาต่อหน้าสภาเมือง แต่เจ้าเหนือหัวของเขาคือ ฟรีดริชที่ 3 แห่งซาคเซินได้พาเขาลักลอบไปกบดานที่ปราสาทวาร์ทบูร์ก (Wartburg) เขาใช้ที่นี่เป็นที่แปลพระคัมภีร์ใหม่จากต้นฉบับภาษากรีกเป็นภาษาเยอรมันได้สําเร็จ ทําให้ประชาชนคนเยอรมันได้ศึกษาเข้าถึงแก่นแท้ของศาสนา จนทําให้เอกภาพของศาสนจักรเริ่มสั่นคลอน แม้ว่าคริสตจักรโรมันคาทอลิกจะพยายามสกัดกั้นการเติบโตของกลุ่มลูเธอรันโปรเตสแตนท์ก็ตาม และความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนสงครามศาสนานั้นเริ่มปะทุขึ้นในปี 1618 เมื่อกลุ่มขุนนางฝ่ายโปรเตสแตนท์จับสมาชิกฝ่ายคาทอลิกโยนออกนอกหน้าต่างที่ปราสาทปราก หรือที่เรียกว่า “การปลดปล่อยทางช่องหน้าต่างแห่งปราก” จนเกิดสงครามลุกลามไปทั่วยุโรปยาวนานกว่า 30 ปี ผลสุดท้ายไม่มีฝ่ายใดชนะเด็ดขาด มีแต่ซากความหายนะของอาคารบ้านเรือนโบสถ์วิหารและชีวิตผู้คนที่ล้มตายไปเป็นจํานวนมาก ทั้งสองฝ่ายจึงหันหน้าเข้าหากันจนนําไปสู่การเจรจาสนธิสัญญาเวสต์ฟาเลีย ยอมรับสถานะของทั้งสองฝ่าย ทําให้ศาสนาคริสต์แบ่งออกเป็น 2 นิกายหลักคือ คาทอลิกและโปรเตสแตนท์

เมื่อปี 2017 ชาวเมืองวิทเทนแบร์กได้จัดงานเฉลิมฉลอง “500 ปี แห่งการปฏิรูป” โดยนับจากวันที่ลูเธอร์ติดคําประณาม 95 ข้อไว้ที่ประตูโบสถ์ปราสาทของเมืองนั่นเอง