LEIPZIG ไลพ์ซิก เมืองแห่งเสียงดนตรีของบาค

LEIPZIG ไลพ์ซิก เมืองแห่งเสียงดนตรีของบาค

หากจะบอกว่า LEIPZIG (ไลพ์ซิก) คือเมืองของบาคก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก เพราะเมืองนี้ โยฮันน์ เซบาสเตียน บาค นักดนตรีคีตกวีเอกของโลกเคยสร้างผลงานเพลงสวดให้กับโบสต์ซังต์โทมัส และประพันธ์เพลงคลาสสิกอันถือเป็นต้นกําเนิดและเป็นแบบอย่างให้กับศิลปินรุ่นต่อมาทั้งเบโธเฟนและบรามส์

LEIPZIG ไลพ์ซิก เมืองแห่งเสียงดนตรีของบาค

LEIPZIG ไลพ์ซิก เมืองแห่งเสียงดนตรีของบาค

โดยได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งดนตรีคลาสสิก ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยรูปปั้นและอนุสาวรีย์ศิลปินผู้นี้ให้เห็นอยู่โดยทั่วไป รวมทั้งกวีเอกของโลกอย่าง เกอเธ่อ ชิลเลอร์ และวากเนอร์ ต่างก็เคยมาปักหลักเล่าเรียนและประพันธ์สร้างสรรค์ผลงานที่เมืองนี้เช่นกัน

LEIPZIG อยู่ทางใต้เบอร์ลินในเขตรัฐซาคเซินหรือแซกโซนี ซึ่งมีเดรสเดินเป็นเมืองหลวง เมื่อ สองร้อยปีก่อนเป็นเมืองที่ถือว่าทันสมัยมาก เกอเธ่อตั้งฉายาว่า “Little Paris” เนื่องจาก LEIPZIG เคยเป็นเมืองใหญ่ในอันดับ 2 รองจากเบอร์ลินในยุคอดีตเยอรมันตะวันออก แต่ก่อนหน้านั้นเคยเป็นเมืองศูนย์กลางอุตสาหกรรมทางด้านการพิมพ์และวงการหนังสือนับตั้งแต่ โยฮันเนส กูเทนแบร์ก ได้คิดค้นประดิษฐ์แท่นพิมพ์ขึ้นในปี 1945 จนกระทั่งมีการแยกประเทศ จึงสูญเสียตําแหน่งนี้ให้กับแฟรงค์เฟิร์ตไปในที่สุด

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.leipzig.de

แต่สิ่งที่ LEIPZIG ยังคงรักษาเอาไว้ได้ก็คือการเป็นเมืองมหาวิทยาลัย นักศึกษาที่จบจากที่นี่ทล้วนเป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียง ได้แก่ ฟรีดริช วิลเฮล์ม นีชเชอ (Friedrich Wilhelm Nietzsche : 1844-1900) นักปรัชญา นักภาษาศาสตร์ และนักคิดผู้บอกว่า “พระเจ้าตายแล้วและเน้นให้ทุกคนเอาชนะอุปสรรคด้วยตัวเอง” เขามองว่าศาสนาแทบไม่มีผลต่อมนุษย์ เพราะสังคมยุคใหม่ดําเนินไปด้วยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม ศิษย์เก่าคนอื่นๆก็มี เกอเธ่อ และ ฌอง ปอล เป็นต้น

ในด้านการเมือง LEIPZIG เคยเป็นผู้นําในการประท้วงต่อต้านการรวมประเทศในปี 1989 ที่เรียกกันว่าการประท้วงวันจันทร์ แต่เมื่อมีการรวมประเทศกันจริงๆก็ไม่ได้เกิดความวุ่นวายหรือสูญเสียเลือดเนื้อแต่อย่างใด

การเดินทางไป LEIPZIG

รถไฟ ICE จาก Berlin HBF ถึง Leipzig HBF 1 ชั่วโมง 20 นาที

รถไฟ ICE จาก Lutherstadt Wittenberg ถึง Leipzig HBF 30 นาที

รถไฟ IC, ICE จาก Dresden HBF 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีรถไฟ ICE มาได้จากแฟรงค์เฟิร์ต เนินแบร์กและมิวนิค เมื่อเดินทางไปถึงสามารถเดินเข้าสู่ใจกลางเมือง หรือนั่ง S-Bahn ไปหนึ่งสถานีลง ที่สถานี Markt แล้วจึงเดินสํารวจเมือง

สถานี Leipzig Hauptbahnhof

สถานี Leipzig Hauptbahnhof

สถานีรถไฟไลพ์ซิกแห่งนี้เป็นสถานีใหญ่อีกแห่งของเยอรมนี ตัวอาคาอันใหญ่โตนี้สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1915 แบ่งออกเป็น 2 ฝั่งอย่างสมมาตรกัน ด้านหน้ายาว ถึง 300 เมตร ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะในอดีตมีบริษัทรถไฟใช้ร่วมกันคือฝั่งตะวันตกเป็นของการรถไฟแซกโซนีและฝั่งตะวันตกเป็นของการรถไฟปรัสเซีย เป็นชุมทางรถไฟใหญ่ที่สุดของยุโรปในขณะนั้น

ภายในมี 4 ชั้นสะอาดสะอ้านทันสมัยยังกับศูนย์การค้าขนาดย่อมเลยทีเดียว มีทั้งร้านค้าเสื้อผ้าแฟชั่นและร้านขายสินค้าเหมือนกับในห้าง ร้านอาหารนานาชาติให้เลือกฝากท้องได้อย่างสบาย รวมทั้งร้านสะดวกซื้อและซู เปอร์มาร์เก็ต เอาเป็นว่าควรหาเวลาเดินสํารวจสถานีแห่งนี้ก่อนไปที่อื่นต่อ

จัตุรัสตลาดและศาลาว่าการเมืองเก่า Markt & Rathaus

จัตุรัสตลาดและศาลาว่าการเมืองเก่า Markt & Rathaus

สถานี Markt เป็นชื่อของจัตุรัสตลาดอันเป็นที่ตั้งศาลาว่าการเมืองหลังเก่า สร้างในปี 1556 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบเรอเนสซองซ์บนฐานเดิมของอาคารที่เคยเป็นโรงทอผ้าขนสัตว์ โดดเด่นด้วยหอนาฬิกา ทางเดินซุ้มโค้งด้านหน้าต่อเติมเพิ่มเข้าไปในปี 1907

ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมือง (Stadtgeschichtliches Museum) ชั้นล่างมีร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารอยู่พอสมควร จัตุรัสแห่งนี้มักใช้เป็นสถานที่จัดตลาดนัดขายพืชผักผลไม้และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร รวมทั้งตลาดคริสต์มาสในช่วงปลายปี

ด้านหลังศาลาว่าการเมืองคือ จัตุรัสนาชมาร์ค (Naschmarkt) รูปปั้นเกอเธ่อในแบบหนุ่มหล่อสมัยเป็นนักศึกษากฎหมายมหาวิทยาลัย LEIPZIG อยู่หน้าตลาดหุ้นเก่า (Atte Handelsborse) อันงดงามตามสไตล์บารอค ในอดีตเป็นแหล่งพบปะของนายหน้าพ่อค้าหุ้นและปัจจุบันยังคึกคัก เพราะรอบจัตุรัสเต็มไปด้วยร้านกาแฟและร้านอาหาร มักเป็นจุดที่บรรดาศิลปินเร่ตั้งวงบรรเลงเพลงขับกล่อมให้กับผู้ผ่านทางทั้งหลาย

โบสถ์ซังต์โทมัส St.Thomaskirche

โบสถ์ซังต์โทมัส St.Thomaskirche

เป็นโบสถ์ที่ โยฮันน์ เซบาสเตียน บาค (1685-1750) เคยมาทํางานเป็นหัวหน้าคณะนักร้องประสานเสียง โทมาร์เนอร์ไควร์ (Thomanerchor) และนักออร์แกนในปี 1723 จนกระทั่งเสียชีวิตในปี 1750 นับว่าเป็นสถานที่ที่บาคทํางานอยู่นานที่สุดโดยได้ประพันธ์เพลงสวดให้กับคณะหลายชิ้น ทําให้คณะนักร้องสวดประสานเสียงวงนี้มีชื่อเสียงระดับโลก

โบสถ์ถูกสร้างขึ้นในปี ค.. 1212 และได้รับการบูรณะใหม่หลายครั้งจนได้โบสถ์แบบโกธิคในศตวรรษที่ 15 จากฝีมือการออกแบบของ สถาปนิก เคลาส์ ไรเดอร์ ยอดหอคอยมีบันไดขึ้นไปชมทิวทัศน์จากด้านบนได้ (ค่าขึ้น 3 ยูโร)

ทางทิศใต้มีอนุสาวรีย์บาคตั้งอยู่ตรงข้ามทางเข้า พิพิธภัณฑ์บาค (Bach Museum) ในอาคารแบบบารอค จัดแสดงประวัติเรื่องราวและผลงานของศิลปินมากความสามารถท่านนี้ขณะใช้ชีวิตใน LEIPZIG (เปิดอังคารอาทิตย์ 10.00 18.00 . ค่าเข้าชม 8 ยูโร) ทุกปีในเดือนมิถุนายนมีการจัดงาน Leipzig Bach Festival เพื่อระลึกถึงเขา มีการแสดงดนตรีตามที่ต่างๆ ทั้งกลางแจ้ง ในฮอลล์ และที่โบสถ์แห่งนี้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bachfestleipzig.de

โยฮันน์ เซบาสเตียน บาค (Johann Sebastian Bach) บิดาแห่งดนตรีคลาสสิก

โยฮันน์ เซบาสเตียน บาค (Johann Sebastian Bach) บิดาแห่งดนตรีคลาสสิก

บาคเกิดที่เมืองไอเซนนาค (Eisenach) รัฐแซกโซนี ในครอบครัวตระกูลนักดนตรีประจําราชสํานัก ว่ากันว่าตลอดช่วงเวลา 200 ปี ตระกูลบาคได้สร้างนักดนตรีฝีมือดีกว่า 50 คน เขาจึงได้รับการถ่ายทอดวิชาดนตรีตั้งแต่วัยเด็ก ประกอบกับการขนขวายไฝ่รู้ของเขา ความเป็นอัจฉริยะทางดนตรีจึงฉายแววออกมา

บาคตระเวณแสดงดนตรีและทํางานไปตามเมืองต่างๆ อาทิ ลือเนบวร์ก (Luneburg) อาร์นสตัดท์ (Armstadt) มิลเฮาเซ่น (Muhthausen) ไวมาร์ (Weimar) เคอเท่น (Kothen) และช่วง 25 ปีสุดท้ายจึง มาใช้ชีวิตอยู่ที่ไลพ์ซิกและเสียชีวิตที่นี่ในปี 1750 ร่างของเขาถูกฝังอยู่ที่โบสถ์ซังต์โทมัส ที่ที่เขาทํางานอยู่ประจํานานที่สุดนั่นเอง

แนวดนตรีของบาคได้ผสมผสานท่วงทํานองที่จริงจังเข้ากับแนวดนตรีส่วนบุคคลในยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการกลายเป็นแนวดนตรีที่สมจริงเต็มไปด้วยความรู้สึกและได้ส่งอิทธิพลต่อวงการดนตรียุโรป จนกลายมาเป็นรากฐานให้นักดนตรีรุ่นหลังอย่าง เบโธเฟน บรามส์ หรือโมสาร์ท จนได้รับยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งดนตรีคลาสสิก”

เมดเลอร์พาสซาเจอ Madler Passage

เมดเลอร์พาสซาเจอ Madler Passage

ทางเข้าอยู่ตรงข้ามจัตุรัสนาชมาร์ค เป็นทางเดินช้อป ปิงหลังคาคลุมเรียงรายไปด้วยร้านค้าหลากชนิด แต่นักท่องเที่ยวมักเข้าไปดู เอาเออร์บาคส์เคลเลอร์ (Auebachs Keller) ผับนักศึกษาอันเก่าแก่ซึ่งเคยเป็นฉากอันโด่งดังในบทกวีเรื่อง Faust ของเกอเธ่อ โดยมี รูปปั้นตัวละครตั้งอยู่หน้าทางเข้าผับที่ตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน โดยบทประพันธ์เรื่องนี้มีอยู่ 2 ภาค ภาคแรกแต่งเสร็จเมื่อปี 1808 ภาคสองแต่งเสร็จในปี 1832

สเปคส์ฮอฟพาสซาเจอ Specks Hof Passage

สเปคส์ฮอฟพาสซาเจอ Specks Hof Passage

นอกจาก เมดเลอร์พาสซาเจอ แล้ว ยังมี Specks Hof Passage ช้อปปิ้งอาเขตแบบทางเดินหลังคา คลุมให้เดินเข้าไปชมร้านรวง ภายในมีภาพเขียน กระจกสีบนบานหน้าต่าง และภาพวาดบนผนังให้ได้แหงนชม รวมทั้งอ่างน้ำพุประหลาด หากอยากเห็นน้ำพุพุ่งขึ้นมาจะต้องใช้มือทั้งสองข้างจุ่มน้ำแล้วถูไถไปบนราวอานม้าทั้งสองข้าง ถ้าทําถูกจังหวะน้ำก็จะพุ่งออกมา

โบสถ์นิโคโล Nikolaikirche 

โบสถ์นิโคโล Nikolaikirche 

สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ในสไตล์โรมาเนสก์ ภายในมีแท่นบูชาโกธิคอายุกว่า 200 ปี รวมทั้งห้องโถงแบบโกธิคค้ำยันด้วยเสาที่ประดับปูนปั้นบนหัวเสาแบบคลาสสิก ทางด้านเหนือเป็นโรงเรียนเก่าของโบสถ์ที่ ริชาร์ด วากเนอร์ เคยมาศึกษาเล่าเรียน บริเวณลานหน้าโบสถ์เคยเป็นสถานที่นัดชุมนุมประท้วงวันจันทร์ต่อต้านการรวมประเทศ

เยื้องลงไปทางใต้โบสถ์นิโคไลเป็นที่ตั้ง มหาวิทยาลัย LEIPZIG (Universitat Leipzig) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1409 บนพื้นที่เดิมของ โบสถ์เพาไลเนอร์ (Paulinerkirche) บนถนนด้านหน้ามหาวิทยาลัยมีประติมากรรมก่อนวัยทั้งห้า (Die Unzeitgemassen Zeitgessen) ถนนคนเดินบริเวณนี้ดูพลุกพล่านเป็นพิเศษ นอกจากนั้นนั้นยังมี พิพิธภัณฑ์อียิปต์ (Egyptian Museum) มิวเซียมของมหาวิทยาลัย LEIPZIG

จัตุรัสเอากุสตุสพลัทซ์ (Augustusplatz)

จัตุรัสเอากุสตุสพลัทซ์ (Augustusplatz)

เป็นศูนย์กลางรถรางรถเมล์ของเมืองรายรอบด้วยอาคารสําคัญๆหลายแห่ง คือ โรงโอเปร่า LEIPZIG (Opera Leipzig) อยู่ทางด้านเหนือ โดยมี เกวานส์เฮาส์ (Gewandhaus) สถานที่แสดงคอนเสิร์ตที่กล่าวกันว่าดีที่สุดในเยอรมนี

นอกจากนี้ยังจัดแสดงผล งานศิลปะเกี่ยวกับงานดนตรีอยู่ภายในอาคารอีกด้วย หากเดินไปต่อทางตะวันออกก็จะถึง พิพิธภัณฑ์กราซซี (Grassi Museum) พิพิธภัณฑ์ใหญ่ที่มีพิพิธภัณฑ์ย่อยอยู่ภายใน คือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะประยุกต์ พิพิธภัณฑ์เครื่องดนตรี และพิพิธภัณฑ์มานุษวิทยา

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.grassimuseum.de