ท่องเที่ยวปารีสย่าน Place Vendome

 

-Place Vendôme-

– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 1 ลงที่สถานี Concorde แล้วเดินมาทางถนน Rue Royale พอเจอถนน Rue du Foubourg Saint-Honoré ให้เลี้ยวขวาเดินไปสักประมาณ 400 เมตร จนเจอถนน Rue de Castiglione เมื่อเลี้ยวซ้ายจะพบกับ Place Vendome หรือนั่งเมโทรสาย 1 ลงที่สถานี Tuileries เมื่อขึ้นจากสถานีให้เดินไปทางตรงข้ามกับสวน Jardin des Tulleries หรือนั่งเมโทรสาย 7 ลงที่สถานี Opera ก็ได้

แม้ว่าบริเวณนี้จะอยู่ไกลจากถนน แต่ร้านค้าโดยรอบของที่นี่ ยังคงเป็นร้านหรูราคาแพงอยู่ รวมทั้งเป็นที่ตั้งของโรงแรม Ritz ที่เจ้าหญิงไดอาน่าใช้พํานักก่อนจะเกิดเรื่องราวหลบกลุ่มนักข่าวปาปารัสซี ออกไปทางด้านหลังโรงแรมพร้อม โดดี้ อัลฟาแยต เจ้าของห้าง Harold ในอังกฤษ จนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

ลานนี้สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1720 โดย Jules Hardouin-Man sart และชื่อว่า Vendome ตาม Duke of Vendome ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน ในสมัยที่สร้างใหม่ได้มีพระรูปทรงม้าของพระเจ้าหลุยส์ ประดิษฐานอยู่ด้วย แต่ถูกทําลายลงในยุคปฏิวัติฝรั่งเศส เป็นเหตุให้นโปเลียนต้องสร้างเสา Vendome ขึ้นในเวลาต่อมา

เสาทองแดงที่ปัจจุบันเป็นแท่งสีเขียวโดดเด่นอยู่กลางพื้นที่นี้ นโปเลียนที่ 1 สั่งให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกฉลองชัยชนะที่ Austerlitz เมื่อปี

ค.ศ. 1805 โดยเลียนแบบเสาของ Trajan ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี มี ความสูงถึง 44 เมตร เสาต้นนี้ถูกล้อมรอบด้วยตึกเก่าเป็นรูป 10 เหลี่ยม ซึ่งเดิมตึกเหล่านี้มีไว้ให้เช่าเป็นร้านค้าและที่พักอาศัย เราว่านอกจากปารีสอย่างเยี่ยมยอดอีกด้วย นโปเลียนจะเป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่แล้ว ยังเป็นคนที่สร้างแลนด์มาร์กให้กรุง

นอกจากบ้านเลขที่ 15 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม Ritz ที่พํานักของ เจ้าหญิงไดอาน่าแล้ว ในอตีด Chopin คีตกวีชื่อก้องโลกก็เคยพักและ เสียชีวิตที่นี่เมื่อปี ค.ศ. 1849 ด้วยวัยเพียง 39 ปี ตรงบ้านเลขที่ 12

ศิลปะแบบอาร์ตนูโว

อาร์ตนูโว ก็คืองานศิลปะสถาปัตยกรรมในรูปแบบใหม่ อาร์ตนูโว เกิดขึ้นในยุโรปเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นยุคที่ชนชั้นกลางกําลังตื่นตัวต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรม และปฏิเสธงานศิลปกรรมแบบเดิมหรือแบบคลาสสิก ที่เป็นตัวแทนของชนชั้นศักดินา จึงไม่มีการใช้หัวเสา ลวดลายปูนปั้นแบบกรีกและแบบโรมัน แต่หันมาสนใจธรรมชาติ นิยมเส้นโค้งงอพลิ้วไหว ซึ่งมักจะเป็นลวดลายพรรณพฤกษา แล้วประดับตกแต่งโดยใช้วัสดุที่เป็นมันวาวอย่างทองแดง ทองเหลือง กระเบื้องเคลือบ หากคุณเดินทางโดยเมโทรแล้วเจอทางออกที่เป็นเหมือนโครงเหล็กทา ลักษณะของเสาเหมือนลําต้นองุ่น และโครงสร้างดูอ่อนช้อย นั้นคือศิลปะแบบอาร์ตนูโวที่ยังคงหลงเหลืออยู่

สิ่งน่าสนใจ

  • ตึกโบราณและประติมากรรมกลางแจ้ง

ความสวยงามของตึกที่ล้อมรอบจัตุรัสนี้อยู่ตรงโค้งทางเข้าที่มีความสูงและกว้างกว่าที่อื่นๆ รวมทั้งหลังคาที่ประดับด้วยหน้าต่างรูปโดม ทําให้ตึกเหล่านี้ ยังคงความสวยงามแม้ผ่านมานับศตวรรษ

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชอบมาที่ Place Vendome เพราะนอกจากจะมีร้านค้าชื่อดังมากมาย ในฤดูร้อนหรือฤดูใบไม้ผลิก็ยังจัดแสดงงานประติมากรรมของศิลปินต่างๆอีกด้วย เนื่องจากในจัตุรัสนี้มีฟุตปาธที่กว้างใหญ่ 

Hôtel de Ville

– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 1 ลงที่สถานี Hotel de Ville หรือนั่งเมโทรสาย 11 ก็ได้

ตอนแรกเราเข้าใจผิดคิดว่า Hotel de Ville เป็นโรงแรม แต่จริงๆแล้ว คําว่า Hotel de Ville ในภาษาฝรั่งเศสนั้นแปลว่า Town de Vile (ศาลา กลางเมืองปารีส) สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคเรอเนซองซ์ (ศตวรรษ ที่ 16) ถูกเผาทิ้งเมื่อปี ค.ศ. 1871 ตึกที่เห็นในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นใหม่ และเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1882 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากตึกเดิม

เนื่องจากสถานที่นี้เป็นที่ทําการ (ราชการ) ของกรุงปารีสมานาน จึงมีเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เกิดขึ้นมากมาย แต่ที่น่าเศร้าและสําคัญที่สุดเป็นตอนที่ Robespierre ผู้นํารัฐประหารฝรั่งเศส (ผู้นําการสนับสนุนให้ประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอองตัวเนต) ถูกล้อมจับกุมที่นี่เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1794 โดยเขาพยายามจะฆ่าตัวตายด้วยการยิงที่บริเวณลําคอ แต่กระสุนมีแรงแค่ทะลุเข้ากรามทําให้บาดเจ็บเท่านั้น ในวันต่อมาเขาถึงถูกประหารด้วยกิโยตีนต่อ หน้าสาธารณชนดังเช่นพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอองตัวเนต

 สิ่งน่าสนใจ

สิ่งที่น่าดู (และน่ากลัว) ของตึกนี้คงเป็นรูปปั้นที่ตกแต่งเป็นส่วนหนึ่งของตึก โดยรอบตึกและบนตึกจะมีรูปปั้นท่าทางแตกต่างกันมากกว่า 136 ชิ้น ซึ่งบางชิ้นก็จําลองมาจากผู้คนที่มีชื่อเสียงของกรุงปารีสในยุคต่างๆ

นอกจากที่นี่จะเป็นสถานที่จารึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์มากมายแล้ว บริเวณลานกว้างแห่งนี้ยังเป็นศูนย์รวมมวลชนชาวปารีส ตามวาระต่างๆด้วย เช่น การแสดงคอนเสิร์ตดนตรีร็อก งานฉลองปีใหม่ รวมไปถึงลานชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งเมื่อครั้งหลังสุดที่ทีมชาติฝรั่งเศสลงเตะกับทีมเกาหลีในศึกฟุตบอลโลก ปี 2002 ลานกว้างแห่งนี้ก็ดูแคบลงถนัดใจเพราะชาวฝรั่งเศสต่างพากัน มาเชียร์ทีมชาติในฝันอดีตแชมป์โลกของเขาอย่างพร้อมเพรียง (แม้เป็นเวลางานราว 10 โมงเช้า) ซึ่งชวนให้นึกถึงบรรยากาศพี่ไทยไปเชียร์บอล ทีมชาตินัดแพ้ไม่ได้ โดยหอบหิ้วหมอนนอนรอตั้งแต่ไก่โห่ ทําให้รู้ว่า วัฒนธรรมการเชียร์บอลไม่มีความแตกต่างระหว่างชนชาติและสีผิว

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet